จุดเช็คอินขาเที่ยวเชิญที่ นครพนม – มุกดาหาร

จุดเช็คอินขาเที่ยวเชิญที่ นครพนม – มุกดาหาร

 

อิ่มอร่อยกับกาฟาที่เติมสุข จ.นครพนม

เติมสุข ร้านกาแฟที่กลายเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ ในจังหวัดนครพนม
ภายในร้านมีบรรยากาศ แสนสบาย โอ่โถง
และบริการเป็นกันเองผลิตขนมหวานและกาแฟด้วยวัตถุดิบ มีคุณภาพ
ไม่ว่าจะเป็นกาแฟอาราบิก้า 100% ทั้งหอมกรุ่นและให้รสชาติดีเยี่ยม

เมนูเค้กหลากหลายหน้าตาน่าทาน มีให้เลือกสดใหม่ทุกวัน
โดดเด่นด้วยชื่อเรียกแปลกตา ทั้งเปรี้ยวปากนางร้าย (เลมอนทาร์ต) สุครีพหักฉัตร
(คัพเค้ก)หรือพระรามชงชา (ทีรามิสุชาเขียว) เรียกได้ว่าสร้างความเพลิดเพลินกัน
ตั้งแต่หาชื่อเมนูแปลกๆ มาลองทานเลยทีเดียว

รสชาติของเค้กเองก็สร้างความ แปลกใหม่ด้วยการใส่วัตถุดิบตามฤดูกาล
ได้ความอร่อยแบบที่ไม่เคยลิ้มลองที่ไหน นอกจากนี้ยังมีเจลราโด
ไอศกรีมไขมันต่ํา สไตล์อิตาเลี่ยน ที่หาชมได้ยากใน
นครพนมทําให้ลูกค้าได้ทั้งสุขภาพและ หวานเย็นชื่นใจ ทั้งหมดนี้สร้างสรรค์สูตร
และทําขึ้นด้วยฝีมือของเจ้าของร้านเอง

โจ๊กข้าวกล้อง ถนนพินิจรังสรรค์ จ.นครพนม

ร้านนี้ไม่มีชื่อร้าน แต่เราเรียกกันเอาเองว่าร้าน "โจ๊กข้าวกล้อง”
ตามชื่อเมนูเด็ดสุดอร่อยของที่นี่ บ้านไม้สองชั้นอบอวลไปด้วย
เหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ จนมองผ่านๆ คงไม่คิดไม่ฝันว่าด้านใน
จะเป็นร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม ด้วยวัสดุธรรมชาติ
อย่างไม้ไผ่โดยฝีมือชาวบ้านท้องถิ่น

อาหารของที่นี่ทั้งสดใหม่และให้รสชาติอร่อยแบบธรรมชาติ ตามวัตถุดิบที่ใช้ปรุง
เพราะไม่ใส่ผงชูรส เมนูอาจจะมีให้เลือก ไม่มาก แต่รับรองได้ว่าอร่อยทุกจาน

ไม่ว่าจะเป็น โจ๊กที่ทําจาก ข้าวกล้อง ไข่กระทะ ข้าวจี และ อาหารตามสั่งอีก 2-3
เมนู

สะหวันสำราญชมวิวฝั่งโขง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต จ.มุกดาหาร

สะหวันสําราญ
คงไม่มีคําไหนจะอธิบายความสวยงามของบรรยากาศที่นี่ได้ดีไปกว่า ประโยคนี้
และคงไม่มีเวลาไหนโรแมนติกมากไปกว่าช่วงเวลาได้นั่ง
มองฝนพรําลงแม่น้ําโขงผ่านเฉลียงไม้สีขาวของร้านนี้สะหวันสําราญคือโรงแรมข
นาดกะทัดรัดตกแต่งภายในด้วยข้าวของ ย้อนยุคสไตล์เรโทร
สอดคล้องกับสไตล์อาคารรูปทรงโคโลเนียล

ด้านล่างคือห้องอาหารขนาดใหญ่ มีทั้งส่วนที่อยู่ด้านในและส่วนเอาท์ดอร์
ให้ชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ําโขงได้อย่างเต็มที่ อาหารหลากหลาย
สัญชาติทั้งไทย เวียดนาม อาหารตะวันตก ถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน
หน้าตาสวยงาม และรสชาติอร่อย ทุกอย่างในร้านนี้จะสร้างความ
ประทับใจจนคุณต้องกลับมาอีกครั้งแน่นอน

หากเลือกเมนูที่อยากชิมแล้วแวะเข้าไปได้เลย
ขอรับรองว่าวันนี้จะต้องเป็นวันที่มีความสุขและสนุกที่สุดในนครพนม-
มุกดาหารแน่นอน…

นครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราช
อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆคน ทั้งชาวไทย และ
ต่างชาติ เนื่องจากเรารู้จักแต่เพียงว่า หนึ่งในจังหวัดแดนใต้แห่งนี้ ขึ้นชื่อแค่
วัดพระบรมธาตุที่สร้างชื่อให้จังหวัดนี้มาช้านาน กระทั่งปัจจุบัน
จังหวัดแห่งนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อมีสถานท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย และนี่คือ
3 สถานที่ที่เราคัดมาฝาก
เริ่มจาก บ้านหนังตะลุงสุชาติ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันเก่าแก่
ในด้านวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยเป็นทั้งทรัพย์สิน ศิลปะหนังตะลุง และ
ช่างทำรูป หนังตะลุงฝีมือระดับอ๋องของเมืองนครศรีธรรมราช
ที่ช่วยริเริ่มและสืบทอดวัฒนธรรมด การทำตัว หนังตะลุง
รวมถึงการเชิดหนังตะลุงจนเป็นที่ยอมรับ ในระดับชาติอย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงนานาชาติไว้อีกด้วย
ต่อมาเป็น กำแพงเมืองเก่า
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
เมื่อกำแพงแห่งนี้เคยปกป้องเมืองนครศรีธรรมราช จากเหล่าข้าศึก
เป็นโบราณสถานที่ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่ง และ
ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราช ในอดีตกาล โดย
ปัจจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ให้มีความสวยงาม จนกลายเป็นอีกหนึ่งแห่ง
ที่ใครหลายคนต่างแวะเวียนมา
ปิดท้ายกันที่ เจดีย์ยักษ์ วัดพระเงิน ตั้งอยู่บริเวณริมถนนศรีปราชญ์
ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช นับเป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2
ของจังหวัดนครศรีธรรมราชิ รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ โดย
ในส่วนของทรงเจดีย์นั้นเป็นแบบลังกา ด้านหน้าพระเจดีย์
จะมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปั้นนั่งองค์ใหญ่ สมัยอยุธยา
ถือเป็นอีกหนึ่งปูชนียสถานที่สำคัญของนครที่ควรค่าแก่การมายี่ยมชมอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างและสาธยายมาแล้วนั้น เราเชื่อว่า
จังหวัดใหญ่แห่งภาคใต้อย่าง นครศรีธรรมราช ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าสนใจ
และ รอให้คุณเดินทางไปค้นหาด้วยตัวเอง…

ร้านอาหารสำหรับคนนอนดึก

ร้านอาหารสำหรับคนนอนดึก

1.ร้านเจ๊โอว
ร้านเจ๊โอวกับเมนูมาม่าต้มยำรอบดึกที่ถ้าไม่ห้าทุ่มก็จะไม่ขาย
มีความเเซ่บเเน่นอนชนิดที่ว่าคนเเน่นทุกวันเต็มหน้าร้าน เพื่อให้ได้ลิ้มชิมรสมาม่าต้มยำของเจ๊โอวที่หนักรสเเน่น
เครื่อง และไม่ใช่เเค่มาม่าต้มยำอย่างเดียว เมนูอื่นก็เด็ดไม่เเพ้กัน เช่น ปูม้าดอง
ก็ดังถึงแม้ตัวไม่ใหญ่มากแต่ปูม้าเนื้อแน่น เนื้อสดยิ่งราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ
2.ขาหมูตรอกซุง
ข้าวขาหมูในตำนาน โด่งดังในเรื่องรสชาติ กับความอร่อยที่ขนาดเปิดร้านตอนตีสามยังมีคนมาต่อคิวซื้อเพียบ
คนซื้อเยอะ จนต้องเลื่อนเวลามาเปิดขายในช่วงกลางวันด้วย รวมแล้วเปิดขาย 24 ชม. แนะนำให้ลอง “คากิ”
ที่เป็นไฮไลท์เด็ดดวงของทางร้าน ราดด้วยน้ำพะโล้สูตรลับ ถูกใจคนทุกวัย
3.หมูตุ๋นหม้อดิน เยาวราช
ร้านเด็ดที่มีเมนูดังเมนูเดียวของร้านนั่นคือ “หมูตุ๋น เอ็นตุ๋น
น้ำแดงหม้อดิน” ถึงเเม้หน้าตาเมนูจะมองดูรู้สึกเหมือนทั่วๆ ไป แต่รสชาตินั้นอร่อยมาก
ซึ่งความอร่อยนี่เองที่ทำให้ร้านนี้ลูกค้าเยอะเเน่นมาก
ถึงขนาดบางวันมีลูกค้ามายืนรอตั้งเเต่ร้านยังไม่เปิดเลยนะเออ ใครยังไม่เคย ลองมาทานที่ร้าน
บอกเลยว่าถ้ามาเยาวราชต้องไม่พลาด
4.ราเมนข้อสอบ
ร้านราเมนเปิดใหม่ ความอร่อยของราเมนที่ร้านนี้คือมีสูตรลับจากต้นตำรับเเท้ๆ น้ำซุปเข้มข้น
เส้นเหนียวนุ่มที่สามารถเลือกระดับความสุกของเส้นได้ พร้อมท็อปปิ้งเเน่นๆ ทั้งต้นหอม หมูสไลซ์ชาชูเนื้อนุ่ม
กระเทียม ฯลฯ เลือกความเผ็ด อีกทั้งบรรยากาศในร้านที่ออกแบบมาเหมือนอยู่ในห้องสอบสไตล์ญี่ปุ่น
5.ร้านบุฟเฟ่ต์เกาหลี
ในราคาเพียง 299 บาท มีให้เลือกทานหลายอย่างทั้งสามชั้น หมูหมักซอสรสชาติอร่อยเข้าเนื้อ เนื้อลูกมะพร้าว
เสือร้องไห้ อาหารทะเลสด ปลาหมึกชิ้นหนา กุ้งเเม่น้ำตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดพอดีๆ กำลังอร่อยเเต่ทานได้ไม่อั้น
ไข่ตุ๋น ไก่ทอดเกาหลี บิคิมบับ ฯลฯ จุดเด่นของร้านอีกอย่างคือ ร้านนี้เปิดคุ้มเปิดนาน ถึงตี3-4 เลยทีเดียว
6.เฉินหลงทะเลซีฟู้ด
ร้านทะเลซีฟูดเผารสชาติอร่อย
น้ำจิ้มรสเเซ่บแบบที่ถ้าได้มาทานต้องลืมไม่ลงลูกค้าประจำร้านนี้เเน่นมากเเถมยังมีดาราหลายๆ ท่านไปทานบ่อยๆ
เมนูเด่นๆ ของร้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูซีฟู้ดมีทั้งกุ้งเเม่น้ำ กุ้งกุลาดำ กุ้งมังกร ล็อปสเตอร์ กั้ง
ปูทะเลเนื้อเเน่นคัดเกรด หอยทะเลต่างๆ เสริฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เป็นอีกร้านที่ห้ามพลาด…

ย้อนวันวานไปกับตลาดนัดรถไฟ

ย้อนวันวานไปกับตลาดนัดรถไฟ

หากพูดถึงตลาดนัดที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับคนเมืองกรุงเทพก็ต้องยกให้กับบรรด่ตลาดนัดกลางคืนทั้งหลาย
เพราะตลาดนัดลักษณะนี้สามารถตอบโจทย์คนในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดีนั่นเพราะการทำงานในกรุงเทพนั้น
ต่อให้บริษัทไหนเลิกงานเร็วสิ่งที่พนักงานต้องเจอก็คือการจราจลที่รถติดแบบสุดๆ
ซึ่งบางคนเลิกงานเย็น แต่กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำเสียเวลาไม่น้อยแถมยังต้องทนหิวเป็นเวลานานอีกด้วย
นั่นทำให้บรรดาตลาดนัดกลางคืนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนกรงเทพเพราะเต็มไปด้วยของกิน
มากมายหลายแบบที่สำคัญยังมีของขายให้เดินช็อปปิ้งกันชิลๆอีกด้วย
แต่ก็มีอยู่หนึ่งตลาดนัดเท่านั้นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดนัดกลางคืนที่ฮิตที่สุดของคนเมืองหลวงนั่นคือตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์
เอ่ยชื่อตลาดนี้มาคงไม่มีใครที่ไท่รู้จักเพราะจัดว่าเป็นต้นฉบับตลาดนักลางคืนของกรุงเทพอย่างแท้จริง
โดยก่อนหน้านี้ตลาดนัดรถไฟตั้งอยู่ที่เขตจตุจักรติดกับตลาดนัดจตุจักร โดยเปิดให้บริการทุกวันศุกร์เสาร์
และอาทิตย์ ซึ่งต้องบอกว่านี่คือตลาดที่คนนิยมกันมาเดินเที่ยวเยอะมากๆ
แต่ช่วงเริ่มแรกเป็นตบาดที่เน้นขายความวินเทจเสียมากกว่า
สำหรับตลาดนัดรถไฟในเวลานั้นพื้นที่ใช้สอยเป็นพื้นที่โล่ง
และกว้างขวางพอสมควรโดยจะแบ่งส่วนด้านหน้าเป็นลานขายของธรรมดาทั่วๆไปมีอาหารจุกจิกวางขายมากมาย ซด้านในเป็นโกดัง
และพื้นที่โล่งของบางส่วนเป็นของเก่าวินเทจไม่ว่าจะเป็นของใช้ของกินของโชว์ต่างๆก็ถูกรวบรวมเอามา
ไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ด้านข้างของตลาดยังเป็นโซนโกดังอีกฝั่งหนึ่งที่โดนใจใครหลายคน
และมักมีผู้นิยมมาอยู่ตรงโซนนี้อย่างมากนั่นเพราะเป็นโซนร้านเหล้า
บาร์เบียร์ต่างๆที่เปิดให้บริการหลายร้านให้เลือก
สำหรับของวินเทจที่พ่อค้าแม้ค่าทั้งหลายนำมาขายถือได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ชื่นชอบ
เก็บสะสมของเก่าก็มักจะมาเลือกซื้อของที่ๆบ่อยเพราะเป็นศูนย์รวมของเก่าที่แทบจะมีทุกอย่างที่นักสะสม
ต้องการทั้งรถ อะไหล่รถ ตู้เย็นเก่าที่เป็นลายต่างๆ หุ่นโชว์รวมถึงกล้องชนิดเก่าๆก็มี
นอกจากนี้ยังมีร้านโมเดลการ์ตูนมาเปิดให้บริการด้วยเช่นกัน
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ของตลาดแห่งนี้คือร้านบะหมี่จอมพลัง
ซึ่งที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของร้านดังนี้เลยก็ว่าได้
โดยในเวลานั้นร้านตั้งอยู่หลังสุดของพื้นที่ตลาดใครที่หวังจะไปทานต้องต่อคิวยาวเหยียดเพราะขายดีจริงๆ
อย่างไรก็ตามต่อมาทางการรถไฟต้องการพื้นที่คืนทำให้ต้องมีการโยกย้ายตลาดกันเกิดขึ้นก่อนที่ต่อมาทั้ง
หมดจะถูกย้ายไปตั้งเป็นตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ที่ถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวเมืองแต่ก็ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา
ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์กลายเป็นแหล่งถนนคนเดินแห่งใหม่ย่านศรีนครินทร์โดยยังถูกคงไว้ซึ่งคอนเซ็ปต์เดิมที่ด้านหน้าเป็นตลา
ดขายของทั่วไป ส่วนด้านในเป็นโกดังจำหน่ายสินค้าวินเทจ
มีบาร์ต่างๆรวมไปถึงร้านอาหารมากมายให้เลือกทำให้ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงเวลานี้…

4 ตลาดนัดกลางคืนยอดฮิตของคนเมืองกรุง 1

4 ตลาดนัดกลางคืนยอดฮิตของคนเมืองกรุง 1

ในยุคปัจจุบันที่การทำงานในเมืองหลวงเหล่าผู้คนต้องทนสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวันทั้งปัญหาเรื่องก
ารทำงาน ปัญหาเพื่อนร่วมงานที่ทำให้เกิดความเครียดขึ้นมามากมาย
แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าคนทำงานในเมืองหลวงรู้สึกแย่ที่สุด
และยากต่อการหาวิธีแก้ไขคือการจราจรช่วงเย็นในเวลาที่เลิกจากการทำงานจะเห็นได้ว่าช่วงเย็นนั้นไม่
ว่าจะพื้นที่ไหนในกรุงเทพก็มักมีการจราจลที่ติดยาวเหยียดเสมอ
ซึ่งมันก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาเช่นความหิวที่ต้องอดทน
และการอยากพักผ่อนด้วยการไปเดินเล่นในที่ต่างๆ
และนี่เองทำให้ตลาดนัดกลางคืนกลายเป็นตัวเลือกที่คนกรุงมักนิยมไปกัน
เพราะนอกจากจะเปิดดึกแล้วยังเต็มไปด้วยแหล่งของกิน และของใช้เสื้อผ้าที่มีวางจำหน่ายมากมาย
และนี่คือ 4 ตลาดนัดกลางคืนยอดนิยมที่เราจะมาแะนำกันจะน่าสนใจแค่ไหน ไปติดตามกันได้เลย
เจเจกรีน
เจเจกรีนคือตลาดที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากที่สุดเลยก็ว่าได้
หากใครเคยไปเดินตามตลาดกลาวคืนในกรุงเทพบ่อยๆน่าจะรู้สึกไปตามๆกัน
เพราะโดยส่วนใหญ่ตลาดกลางคืนก็มักมีของทั่วๆไปมาขาย
แต่ที่เจเจกรีนแถมจะรวมความเป็นทุกอย่างมาไว้ในที่เดียว ซึ่งมีแต่ของสวยงาม
ขณะเดียวกันสินค้าบางอย่างยังเป็นแบบทำมือด้วยเช่นเดียวกันแถมยังมีโซนขายของวินเทจมาเปิดให้บริ
การด้วย
นอกจากนี้เจเจกรีนยังเต็มไปด้วยร้านอาหารที่ชวนให้น่าลิ้มลองมากมายถึงขั้นที่ว่าเจเจกรีนกลายเป็นแห
ล่งของกินที่ใหญ่ที่สุดในย่านจตุจักรเลยก็ว่าได้แถมไม่ใช่แค่มีจำนวนเยอะ
แต่ยังมีร้านอาหารใหม่ๆแปลกๆไม่เหมือนใครทยอยกันมาเปิดบริการอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งคนที่มาที่นี่ก็มักจะลองร้านต่างๆไปเรื่อย
แต่ที่ต้องไม่พลาดก็เห็นจะเป็นร้านกุ้งถังอันโด่งดังที่เป็นที่นิยมแบบสุดๆ
โดยร้านกุ้งถังที่นี่ได้บรรยากาศไปอีกแบบเพราะเป็นร้านที่อยู่บนชั้นสองระหว่าวทานก็สามารถมองวิวตล
าดได้ด้วยแถมไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่าหากส่วนด้านในก็มีโซนแอร์ให้นั่งกันชิลๆ
นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆมากมาย
เช่นเดียวกับของขายที่ต้องบอกว่าเยอะสุดๆนั่นรวมไปถึงบาร์ร้านเหล้าต่างๆเช่นเดียวกัน
ตลาดนัดหัวมุม
ถือเป็นตลาดที่แม้จะตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่กลับได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก
โดยตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านเกษตรนวมินทร์ เส้นทางที่จะไปอาจจะรถติดหน่อย
แต่รับรองไม่มีผิดหวังเพราะตลาดแห่งนี้มีร้านอาหารมากมายให้เลือกยกตัวอย่างร้านแดกหัวมันส์ที่มีกุ้งตั
วโตๆ ร้านชาบูอู๊ดเป็นต่อ และไฮไลท์ที่สุดกับร้านสถานีมีหอย
นอกจากนี้ในตลาดยังมีร้านค้าให้เดินช็อปปิ้งมากมายอีกด้วยเรียกได้ว่าหากใครที่ได้มาเดินที่นี่จะเพลิดเ
พลินไปกับสินค้าอย่างแน่นอน…

มาทำลูกชุบง่ายๆ กันเถอะเรา

มาทำลูกชุบง่ายๆ กันเถอะเรา

การทำลูกชุบง่ายๆ โดยใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างสำหรับคุณแม่ที่อยากหากิจกรรมยามว่างให้กับลูกๆหลานๆ
วันนี้เรามีวิธีทำขนมลูกชุบมาฝากค่ะ ไว้ทำเพลินๆสานความสัมพันธ์ในครอบครัว
ขนมไทยสีสวยสดใสใครๆก็อยากกินแถมใช้วัตถุดิบน้อยอีกด้วย
จับถั่วกวนปั้นเป็นลูกหลากหลายรูปร่าง ไม่ว่าจะเป็นลูกชุบผลไม้ลูกชุบผัก หรือลูกชุบเป็ดก็น่ารัก
ถ้าเหลือถั่วกวนก็เอาไปทำไส้ขนมเปี๊ยะได้อีกด้วยนะคะ
ส่วนผสมของลูกชุบ
แน่นอนค่ะว่าต้องใช้สีกับขนมชนิดนี้
หากใครสามารถทำสีจากธรรมชาติได้เอง ก็แนะนำนะคะ
แต่ถ้าประหยัดเวลา หาง่ายหน่อยก็ ใช้สีผสมอาหารแทนได้
สีที่ต้องมี
1.เหลือง
2.แดง
3.เขียว
4.ส้ม
5.ม่วง (ใช้สีแดง 10 หยด+น้ำเงิน 2 หยด)
สัดส่วนการผสมสี น้ำ 3 ช้อนโต้ะ ต่อสี 10-15 หยด
ส่วนผสมของวุ้น
1.วุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
2.น้ำ 500 กรัม
3.น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมไส้ถั่วกวน
1.ถั่วเขียวเลาะเปลือก 500 กรัม
2.น้ำตาลทราย 450 กรัม
3.เกลือ 1/2 ช.ช.
4.น้ำมันพืชหรือกะทิ 1 ถ้วยตวง
วิธีทำไส้ถั่วกวน
1.ล้างถั่วเขียว เลาะเปลือกให้สะอาด ล้างหลายๆรอบจนน้ำใส
หลังจากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้อย่างต่ำ 5
ช.ม.เอาไปแช่ตู้เย็นเลยก็ได้ค่ะ บ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน
ถั่วอาจจะเสียง่าย หลังจากนั้นนำถั่วมาล้างอีกสักรอบ
แล้วนำไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
พอนึ่งเสร็จแล้วก็พักให้เย็นค่ะ
2.นำถั่วที่กวนแล้วมาปั่นกับน้ำพอประมาณ
แต่อย่าน้อยเกินนะคะเดี๋ยวหนืดไปเครื่องปั่นจะทำงานหนักและไหม้นะคะ พอปั่นเสร็จหมดแล้ว
ก็นำเทใส่หม้อทองเหลืองหรือกะทะเทฟล่อน
ใส่น้ำตาลทรายน้ำมันพืชหรือกะทิ และเกลือ
คนให้พอเข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟค่ะ
กวนด้วยไฟอ่อนจนถั่วร่อนไม่ติกะทะค่ะ
พอกวนเสร็จก็พักไว้ใช้ผ้าคลุมไว้ไม่ให้ถั่วแห้ง
3.พอถั่วเย็นแล้ว
ก็เอามาใส่ถุงนวดถั่วอีกครั้งเพื่อให้ถั่วเนียนและสีใสไม่ขุ่น
ปั้นเป็นผลไม้หรือสัตว์ต่างๆตามชอบเลยค่ะ
4.นำไปจุ่มสี ทาสี แล้วพักให้สีแห้งสนิท พอครบ 10 นาที
5.ต้มน้ำจนเดือด ผงวุ้นละลายหมด
แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปต้มจนน้ำตาลทรายละลายพอละลายแล้วก็ดับเตาค่ะ
พักอุ่นหน่อยก่อนนำลูกชุบไปชุบนะคะไม่งั้นสีอาจจะหลุดเลอะเทอะ
6.พอวุ้นอุ่นลงบ้างแล้วก็นำลูกชุบไปชุบ
ชุบเสร็จก็พักไว้ให้เซตตัวแล้วนำมาชุบอีกรอบ หรือจะชุบ 3-4
รอบก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบความหนาบางของวุ้นเลย
แต่ถ้าวุ้นในชามเริ่มแข็งก็นำไปอุ่นได้ค่ะ ชุบเสร็จหมดแล้ว
พักเซตตัวแล้วก็นำมาตกแต่งโดยการใส่ใบแก้ว
หรือใบมะยมก็ได้ค่ะเสร็จแล้วค่ะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ
พออ่านจบแล้วก็เตรียมตัวไปหาวัตถุดิบแล้วมาชวนลูกหลา
นปั้นกันเถอะค่ะ รับรองสนุกสนาน แถมอร่อยด้วย
เผลอๆทำขายสร้างรายได้อีกทาง ปั้นเป็นพริกบ้าง ส้มบ้างฟินสุดๆแน่นอนจ้ารับรอง…

เยือนถิ่นเมอร์ไลออนส์ : เที่ยวสิงคโปร์ไม่แพงอย่างที่คิด

เยือนถิ่นเมอร์ไลออนส์ : เที่ยวสิงคโปร์ไม่แพงอย่างที่คิด

หากกล่าวถึงประเทศในอาเซียนด้วยกันที่น่าท่องเที่ยว
และมีคนไทยนิยมไปบ่อยๆก็ต้องยกให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในชาติยอดนิยม
เพราะบ้านเมืองนั้นมีความสวยงามเป็นระเบียบ และสะอาดแถมยังมีที่ให้ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง
และเหมาะทั้งการเที่ยวแบบทัวร์รวมถึงการแบกเป้ไปเที่ยวเองด้วย
โดยเฉพาะอย่างหลังที่ผู้คนนิยมท่องเที่ยวสไตล์นี้กันเสียมากกว่าเพราะได้สนุกเต็มที่ไม่ต้องจำกัดเวลาแถมยังมีอิสระสามารถที่จะไปได้ทุกที่ที่อยากไป แต่ต้องใช้เงินเท่าไหร่กันล่ะ
เราจึงขอนำข้อมูลในเรื่องนี้มาให้ได้ชมกันส่วนใหญ่คนที่จะเดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์มักจะไปเป็นเวลา 3-5 วัน
โดยการไปนั้นเราจะต้องแบ่งค่าใชจ่ายดังนี้คือค่าที่พักค่ากินค่าที่อยู่ค่าท่องเที่นวตามสถานที่ต่างๆรวมถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
เริ่มกันที่ค่าเดินทางเป็นอย่างแรกนี่คือหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่เราจพต้องเสียเยอะอย่างแน่นอน
แต่ก็จะมีหลายราคาให้เลือกตามแต่สายการบินนั้นๆ และระดับที่นั่ง ถ้าเลือกแบบโลฟ์คอร์สจะอยู่ที่ 3000-7000 บาทสำหรับสายการบินธรรมดาจะอยู่จำนวนดังกล่าวไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
ส่วนถ้าเป็นการบินไทยราคาจะอัพเกรดขึ้นมาอยูที่ 7000 ขึ้นไป
ซึ่งจะมีเรื่องของการบริการที่จะอำนวยความสะดวก และหรูหรามากขึ้นนั่นเอง
ส่วนใครที่ต้องการเที่ยวแบบประหยัด แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ชื่นชอบอยู่แล้วที่จะจ่ายน้อยลง
โดยตั๋วแบบโลฟ์คอร์สจะต้องจองก่อนล่วงหน้าข้ามปีเราจะได้ราคาที่ถูกลงเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวโดยเฉพาะ
ตอนที่มีโปรโมชั่นนั้นราคายิ่งคุ้มค่า แต่ก็ต้องจอง และเดินทางตามที่สายการบินกำหนดเท่านั้น
ต่อมาคือค่าที่พัก โรงแรมทั่วไปมีตั้งแต่ 3-5 ดาว
ราคาก็หลักพันบาทไทยถือว่าไม่แพงมากนักที่สำคัญบางที่อยู่ใกล้สนามบินเพียงไม่กี่กิโลเมตรแถมราคายัง
ถูกอีกด้วยก็แล้วแต่ว่าใครจะชื่นชอบแบบไหน และราคาใดแพงหน่อยก็จะหรูหราทั้งบริการ
และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆหรือใครชอบลุยๆที่นี่ก็มีโฮสเทลเปิดให้บริการ
ซี่งจะมีโฮสหลายระดับทั้งแบบธรรมดาจนถึงโฮสเทลที่หรูมากขึ้นที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าโฮสเทลทั่วๆไปนั่นเอง
ลำดับต่อมาคือค่ากินแน่นอนว่าการไปเที่ยวแต่ละที่สิ่งที่นักท่องเที่ยวชอบที่สุดไม่ได้อยู่ที่เรื่องช็อปเรื่องเดียว
แต่เรื่องกินนี่ก็สำคัญเพราะแต่ละที่มีอาหารน่ากินแตกต่างกันไปบางที่เป็นอาหารที่มาแล้วต้องจัดให้ได้ไม่
อย่างนั้นถือว่าไปไม่ถึง โดยเฉพาะสิงคโปร์ที่ดังเรื่องข้าวมันไก่ และหมูรมควันที่ต้องไม่พลาด
ซึ่งราคารก็ไม่แพงมากนักจาน 120 บาทขึ้นไป
ส่วนพวกขนมขบเคี้ยวราคาก็ไม่ต่างจากบ้านเราสักเท่าไหร่เรียกได้ว่ารวมๆแล้วอยู่ในระดับที่สามารถจับจ่ายซื้อได้แบบสบายๆไม่ต้องคิดหนัก…

การโดยสารด้วยเครื่องบินครั้งแรกควรทำอะไรบ้าง

การโดยสารด้วยเครื่องบินครั้งแรกควรทำอะไรบ้าง

สำหรับคนที่ไม่เคยนั่งเครื่องบิน
คงจะรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการจะได้สัมผัสในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยมาก่อน
โดยเฉพาะกับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเที่ยวก็อาจจะกังวลกับการขึ้นเครื่องบิน
ครั้งแรก
ซึ่งวันนี้เรามีข้อแนะนำสำหรับมือใหม่ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างมาฝา
กกัน
จัดกระเป๋าเดินทาง
อันดับแรกขอพูดถึงเรื่องของการจัดกระเป๋าเดินทาง โดย
เคลียร์งานหรือเรื่องสำคัญต่างๆ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
เพื่อจะได้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสนุก โดยไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล
และมั่นใจว่าจะไม่ถูกโทรตามให้กลับมาทำงานในระหว่างที่กำลังเพลิดเ
พลินในการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งของที่ควรใส่กระเป๋าโหลดดิ่งคือ เสื้อผ้า
รองเท้า ฯ, ของเหลวต่างๆ เช่น ครีม สเปรย์ ยาสระผม, ของมีคม เช่น
กรรไกร ที่ตัดเล็บ รวมไปถึงของใช้ส่วนตัวอื่นๆ
ส่วนกระเป๋าที่พกขึ้นเครื่องสามารถใช้ได้ทั้งแบบมีล้อลาก
แบบหูหิ้วหรือเป้
ควรเป็นกระเป๋าที่ไม่ใหญ่จนเกินไปและไม่ควรหนักเกินที่จะยกไหว
เพราะเมื่อขึ้นเครื่องแล้วเราจะต้องยกกระเป๋าเก็บไว้ในช่องเก็บกระเป๋าเ
หนือศีรษะด้วยตัวเอง เช่น เอกสารสำคัญต่างๆ เช่น พาสปอร์ต
ใบจองที่พัก, เงินและของมีค่า, คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป, กล้องถ่ายรูป.
แบตเตอร์รี่สำรอง (20,000 mAh – 32,000 mAh พกได้ไม่เกิน 2 ก้อน)
และยารักษาโรค
การเช็คอิน
เมื่อคุณเดินทางไปถึงสนามบิน
สิ่งที่ต้องทำคือตรวจหาเคาน์เตอร์สายการบินที่เปิดให้บริการสำหรับเที่ย
วบินของเรา โดยดูที่บอร์ดตารางเที่ยวบินขาออกได้
นอกจากนี้ยังสามารถเช็คอินผ่านทางเว็บไซต์หรือบนมือถือได้

หรือบางสายการบิน ในสนามบินใหญ่ๆ จะมีตู้เช็คอินแบบบริการตนเอง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการเช็คอินผ่านตู้ประมาณ 24 ชั่วโมงจนถึง 1
ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง
การขึ้นเครื่อง (Take Off)
การขึ้นเครื่องควรที่จะตรงไปที่นั่งตามหมายเลขที่นั่งได้เลย
กระเป๋าถือ carry-on
ให้ใส่ไว้ที่ช่องเก็บของบนศีรษะส่วนกระเป๋าถือใบเล็กสามารถวางใต้เบา
ะที่นั่งได้ เผื่อต้องหยิบของใช้จำเป็น เช่น ยา
เมื่อนั่งที่แล้วแนะนำให้รัดเข็มขัดทันที หลังจากที่ครื่องบินทำการ Take
off แล้ว ให้สังเกตได้จากสัญญาณไฟรูปเข็มขัดบนศีรษะ
เมื่อสัญญาณไฟดับแล้วสามารถปลดเข็มขัดลุกไปเข้าห้องน้ำได้ขณะอยู่
บนเครื่องบินควรเปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็น Flight mode
แต่บางสายการบินอาจจะประกาศขอความร่วมมือปิดโทรศัพท์มือถือตลอ
ดเที่ยวบิน
การเปลี่ยนเครื่อง
ถ้าต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง เมื่อเครื่องลงแล้วให้เดินตามป้าย Tranfer
counter หรือ Tranfer Desk
จากนั้นหาตารางเที่ยวบินเพื่อดูว่าเที่ยวบินที่เราต้องต่อเครื่องนั้นอยู่ด้าน
ไหนของสนามบิน
จากนั้นต้องผ่านจุดตรวจค้นเพื่อไปรอยังบริเวณที่พักผู้โดยสารได้
การลงจากเครื่อง

หากเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์โฮสเตสจะนำ
ใบ Arrival Card และ Customs Declaration Form
มาให้กรอกรายละเอียด
เพื่อใช้สำหรับยื่นให้เจ้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับพาสปอร์ต…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ไข่พะโล้

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ไข่พะโล้

ไข่พะโล้ เป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับความนิยมจากคนไทยและสามารถหาทานได้ตามท้องตลาดในปัจจุบัน
เพียงแต่ว่ากรรมวิธีการปรุงนั้นแตกต่างจากสูตรโบราณแท้ๆเนื่องจากผู้คนหันมาใช้ผงพะโล้และซีอิ่วในการปรุงอาหารชนิดนี้
ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ ไข่พะโล้ เป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทยนอกจากสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัยไม่เกี่ยงชั้นวรรณะแล้ว
คงนี้ไม่พ้นเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน แถมยิ่งเก็บน้ำน้ำพะโล้ยิ่งเข้าเนื้อ ทานเมื่อไรก็อร่อยเมื่อนั้น
ส่วนวัตถุดิบในการปรุง ไข่พะโล้โบราณ ไล่ตั้งแต่ ไข่ไก่ 6ฟอง, เต้าหู้แข็งหั่นสามเหลี่ยม 8 ชิ้น, หมูสามชั้น 300 กรัม,
รากผักชี 3 ราก, กระเทียมไทย 5 กลีบ, พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ,น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1/2 ช้อนชา, น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ,
อบเชย 3 ก้าน, โป๊ยกั๊ก 5 ดอก, ผักชี และ น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวงมองดูเหมือนเยอะใช่ไหม?
แต่หากดูวิธีทำแล้วจะบอกว่าง่ายมาก เริ่มจาก ต้มไข่ซึ่งไข่ควรเป็นอุณหภูมิห้อง
ถ้าแช่ตู้เย็นให้นำออกมาทิ้งไว้สักระยะก่อนต้ม ใส่เกลือเล็กน้อยต้มด้วยไฟแรงประมาณ 10 นาที จากนั้นยกลงจากเตา
นำไข่ไปแช่น้ำเย็นแล้วปอกเปลือกจากนั้นหันไปทำเครื่องพะโล้ เริ่มจากนำ รากผักชี,
รากและกระเทียม รวมถึง พริกไทย ลงไปโขลกให้ละเอียดย้ำว่าต้องละเอียด เพื่อไม่ให้เป็นเศษลอยอยู่ในหม้อพะโล้ภายหลัง
ซึ่งเมื่อละเอียดแล้วให้นำไปผัดน้ำมันด้วยไฟปานกลางจนหอมเติมน้ำตาลปี้บลงไปเคี่ยวด้วยไฟปานกลาง เมื่อได้สีน้ำตาลเข้มจัด
นำหมูสามชั้นลงไปผัดพอตึงๆเมื่อหมูสามชั้นเริ่มตึงแล้ว ให้ใส่น้ำและไข่ลงไป ตามด้วยก้านอบเชย และ ดอกโป๊ยกั๊ก ค่อยๆ ปรุงรสด้วยเกลือ
อย่าให้เค็มมากไป เมื่อน้ำเดือดลดไฟลงเป็นไฟอ่อนเคี่ยวต่ออย่างน้อย 45 นาที จนหมูนุ่มโดยระหว่างนี้ให้คอยช้อนฟองออกด้วย
เป็นอันเสร็จสิ้นเมนูไข่พะโล้โบราณที่ไม่ต้องง้อผงพะโล้และซีอิ๋วแถมรสชาติจัดจ้านและสีสันสวยงามกว่าเยอะ
ก่อนนำไปเสิร์ฟให้แต่งหน้าด้วยผักชีเล็กน้อยทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ รับรองอร่อยไม่รู้ลืมอย่างไรก็ตาม
หากต้องการได้สูตรที่กลมกล่อมและรสชาติถูกปากแนะนำให้ลืมการตวงตามที่บอกข้างต้นแต่ให้ใช้การกะปริมาณเอา
เพราะคนไทยแต่โบราณทำอาหารโดยใช้การกะปริมาณไม่ได้มีถ้วยตวงเหมือนปัจจุบัน รสชาติถูกปากถือเป็นใช้ได้
ส่วนตอนเคี่ยวน้ำตาล ควรเคี่ยวให้ได้สีเข้มที่สุดเพราะถ้าน้ำตาลสีอ่อนเกินไป น้ำพะโล้สีจะซีด
ซึ่งแม้จะแก้ได้ด้วยการเติมซีอิ๋วดำแต่รสชาติไม่ดีเท่าน้ำตาลที่เคี่ยว อีกทั้งสีสันของไข่พะโล้โบราณก็ยังไม่โดดเด่นเหมือนน้ำตาลเคี่ยว…

รีสอร์ทใกล้กทม.มีงบน้อยก็พักได้

รีสอร์ทใกล้กทม.มีงบน้อยก็พักได้

สถานที่ท่องเที่ยวและที่พักในปัจจุบันนั้น เกิดเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
รวมถึงราคาที่ถูกลงเพียงหลักร้อยก็สามารถไปเที่ยงต่างจังหวัดได้แล้ว
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับที่ราคาหลักร้อยที่มีงบน้อยก็ไปพักได้
1.บางแสนเฮอริเทจ – Bangsaen Heritage Hotel Chonburi
สัมผัสที่พักดีๆ บรรยากาศหาดบางแสน กับการตกแต่ง ใหม่ในสไตล์โมเดิร์น ไทย (Modern Thai House-
Inspired) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมากจากบ้านไทยโบราณ
เหมาะสำหรับการพักผ่อนสบายๆที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ราคาเริ่มต้นคืนละ 920++บาท

2.โรงแรมกะตะ คันทรี เฮาส์ (Kata Country House Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว แถวหาดกะตะ
ที่น่าพักอีกแห่ง อยู่ใกล้ทะเล ห้องพักราคาถูก แนวบังกะโลใกล้ชายหาด โรงแรมมีสระว่ายน้ำ บรรยากาศดี
สะดวกสบาย ราคาประหยัด ไม่แพง เหมาะสำหรับคู่รัก และครอบครัว ราคาเริ่มต้นคืนละ 510++บาท

3.โรงแรมเดอะ บลู เพิร์ล กะตะ บาย เดอะ บีช กรุ๊ป (The Blue Pearl Kata Hotel by The Beach
Group) ที่พักระดับ 3 ดาว อีกหนึ่งแห่งแถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล โรงแรมมีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า
ห้องพักตกแต่งสวยงาม ราคาถูก หลักร้อย ราคาเริ่มต้นคืนละ 640++บาท

4.โวโรน่า รีสอร์ท กาญจนบุรี โวโรน่า
รีสอร์ท สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ตัวรีสอร์ทสีขาว ตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ทำให้รีสอร์ทดูมีชีวิตชีวา สดชื่นขึ้นมาทันที
นอกจากที่พักจะน่ารักน่าพักแล้ว ที่นี่ยังที่มาพร้อมกับวิวสวยๆ ราคาเริ่มต้นคืนละ 950++บาท

5. เดอะ โฟลตเฮ้าส์ ริเวอร์แคว – The Float House River Kwai Kanchanaburi
ถ้าใครชอบนอนบนแพ แบบว่าเปิดประตูมาโดดน้ำได้เลย ท่ามกลางวิวขุนเขาอันเขียวขจี
ห้องพักทุกหลังเป็นวิลล่าที่คุณจะสามารถนอนเห็นวิวแม่น้ำได้จากเบียงนอน
มีระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้ชิงช้าให้นอนรับลมแม่น้ำ ทัศนียภาพแม่น้ำที่ถูกปกคลุมด้วยภูเขาอันเขียวขจี
ราคาเริ่มต้นคืนละ 890++บาท

6.อีซี่ รีสอร์ท (Eazy Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว อยู่แถวหาดกะตะ ใกล้ชายหาด ใกล้ทะเล เดินไปได้ไม่ไกล
สะดวกสบาย ห้องพักตกแต่งเรียบๆสวยงาม โรงแรมมีสระว่ายน้ำ ราคาถูก หลักร้อย เงียบสงบ บรรยากาศดี
เหมาะสำหรับครอบครัว และคู่รักฮันนีมูนที่ต้องการพักผ่อนตากอากาศ ราคาเริ่มต้นคืนละ 720++บาท

7.โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (Ibis Phuket Kata Hotel) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมมีสระว่ายน้ำ วิวสวยๆ
น่าพักอีกแห่งย่านหาดกระตะ อยู่ใกล้ชายหาด ห้องนอนตกแต่งเรียบๆสะอาดสบาย ราคาประหยัด
ราคาเริ่มต้นคืนละ 920 บาท

8.พีช ฮิลล์ รีสอร์ท (Peach Hill Resort) ที่พักระดับ 3 ดาว โรงแรมในภูเก็ต วิวสวยๆ มีสระว่ายน้ำ
น่าพักแถวหาดกะตะ ห้องพักมีระเบียง มองเห็นวิวทะเล บรรยากาศดี พร้อมความสะดวก ราคาเริ่มต้นคืนละ1000++บาท…