4 แหล่งช็อปปิ้งยอดฮิตของฮ่องกง

4 แหล่งช็อปปิ้งยอดฮิตของฮ่องกง

ใกล้หน้าหนาวโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินเริ่มมีให้เห็นกันเรื่อยๆไม่ว่าจะสายการบินไหนๆ
ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง
ซึ่งสถานทีที่เราจะแนะนำในครั้งนี้คือเกาะฮ่องกง โดยจะเน้นแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นช็อปปิ้งเป็นพิเศษ
และนี่คือ 10 แหล่งช็อปที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียวเมื่อได้ไปเยือนฮ่องกง
มงก๊ก ฮ่องกง
มงก๊ก ฮ่องกง นั้นตั้งอยู่ที่เกาบูน โดยที่นี่ถูกจัดว่าเป็นแหล่งการค้าที่ได้รับความนิยม
และคึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียว และแน่นอนว่าได้รับความนิยมอย่างมาก
สำหรับย่านช็อปปิ้งของ มงก๊ก ฮ่องกง
นั้นไม่ได้เต็มไปด้วยแหล่งที่ซื้อของอย่างเดียวหากแต่ยังเต็มไปด้วยสีสันมากมายทั้งผู้คน
และชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่นยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องเกรงว่าจะหลงหากมาที่นี่เพราะถนนทุของที่นี่นั้นสามารถเ
ชื่อมต่อกันทุกที่
ซึ่งจะทำให้การช็อปปิ้งเพลิดเพลินมากขึ้นไม่ต้องเสียงเวลาหาทางเดินจากอีกทางไปอีกทางเลยด้วยอีกทั้ง
ถนนบางเส้นยังได้รับการแบ่งหใวดหมู่เช่นถนน 1 เป็นของกินก็จะเป็นของกินวางขายทั้งสายถนน 2
ขายเสื้อผ้าแฟชั่นก็จะเต็มไปด้วยห้างร้านต่างๆที่มีเสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายขายกันมากมาย
ถนนไซเยิงชอยใต้
ถนนไซเยิงชอยใต้
ลักษณะคล้ายกับมงก๊กคือเป็นถนนที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งเช่นเดียวกันเพียงแต่ความแตกต่างของที่นี่คือจะเป็
นศูนย์รวมจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์นั่นเอง
โดยจะครอบคลุมวงการไอทีทุกอย่างทั้งคอมพิวเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า
สมาร์ทโฟนหากใครต้องการอุปกรณ์ไอทีราคาถูกละก็ไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน ถนนไซเยิงชอยใต้
แถมที่นี่ยังจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ ถนนไซเยิงชอยใต้
จัดเป็นตลาดกลางคืนที่ปิดดึกมาๆไม่ต้องกลัวว่าจะมาไม่ทันเพราะเขาปิดเกินเที่ยงคืนเลยทีเดียว
ถนนแดนดาสและถนนชานตุง
ถนนแดนดาสและถนนชานตุง
เป็นอีกหนึ่งแหล่งย่านช็อปปิ้งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวฮ่องกง
และชาวต่างชาติโดยจะเน้นไปที่สินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งการของใช้กระเป๋ารองเท้า และอื่นๆอีกมากมาย
และเป็นผู้นำเทรนด์เข้าใหม่ไม่่าจะเอเชียอย่างญี่ปุ่น
เกาหลีหรือจะยุโรปก็ถูกรวบรวมมาไว้ที่นี่แถมยังมีทุกยี่ห้อให้เลือกมากมายที่สำคัญยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่
มีพื้นที่กว้างมากมากใครจะมาก็ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสักหน่อย
สำหรับถนนแดนดาสและถนนชานตุงนั้นเปิดตั้งแต่ 11.00 ไปจนถึง 23.00 กันเลยทีเดียว
แต่ก็แล้วแต่บางร้าน เพราะร้านค้าบางส่วนก็มีปิดดึกมากกว่านั้น…

3 ที่พักเชียงใหม่ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยว

3 ที่พักเชียงใหม่ตอบโจทย์คนรักการท่องเที่ยว

การไปเที่ยว แน่นอนว่าหลายคนคงอยากจะได้ที่พักดีๆบริการเยี่ยมสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม
และที่สำคัญต้องให้ความสำคัญเรื่องการดีไซน์ และความเป็นส่วนตัว
แต่จะหาตามที่ความต้องการนี้คงจะเป็นเรื่องที่ยากฉะนั้นเราจึงอยากแนะนำ 3
ที่พักที่ตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

ยันตรศรี รีสอร์ท
มาเริ่มกันที่ ยันตรศรี รีสอร์ท
โดยที่นี่เดินทางมาง่ายมากๆนั่นเพราะตั้งอยู่ใจกลางของเมืองเชียงใหม่เลยทีเดียว
ซึ่งดีไซน์การตกแต่งมาในแบบบูติกที่ให้ความรู้สึกสบายตาแถมยังมีความอาร์ทไปในตัวเน้นรูปแบบ
ของล้านนาเอาไว้ที่จะทำให้เราได้ซึมซับกับความเป็นเมืองเหนือมากยิ่งขึ้นอีกทั้งภายนอกยังรายล้อมไปด้วยต้น
ไม้นานาพันธ์ธรรมชาติอันร่มรื่นที่มีเสียงใบไม้พัดไปมาช่วยให้ผ่อนคลายสุดๆ
และเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองเพื่อมาเติมอากาศบริสุทธิ์เมืองเหนือ
โดยที่นี่เขามีบริการห้องพักให้เลือกถึงสามแบบด้วยกันแบบแรกเป็นซุปเปอร์พีเรียต แบบที่สองคือเดอร์ลุค
และสามแบบเอ็กครูซีฟ
ซึ่งในแต่ละห้องก็จะมีรูปแบบการดีไซน์รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกันไปรวมถึงราคาด้วย

บ้านเสลา
ที่ที่สองคือ บ้านเสลา อาจจะเป็นที่พักที่ไม่ได้มีห้องเปิดบริการจำนวนมากมายเช่นรีสอร์ทอื่น
แต่สถานที่แห่งนี้โดดเด่นในเรื่องการตกแต่งมากที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนนิมมาน
ซึ่งดีไซน์นั้นจะออกไปแนววินเทจให้อารมณ์ความเก่า
และเก๋าไปตามกาลเวลาที่จะพาคุณย้อนยุคไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมครบครันแถมยังมีธรรมชาติสวนย่อยที่ให้คุณได้เดินเติม
อากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอยู่บริเวณรอบนอกของที่พัก
และมีคาเฟ่ชิลๆให้นั่งจิบกาแฟที่สำคัญด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากของที่นี่ทำให้การบริการนั้นเข้าถึงผู้พัก
เต็มรูปแบบไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับการบริการที่ไม่ดีแต่อย่างใด

Yesterday Hotel
ที่สุดท้ายของแนะนำรีสอร์ทออกแนวย้อนยุคอีกสักที่หนึ่งอย่าง Yesterday Hotel โดยตั้งแต่ด้านหน้าของ
Yesterday Hotel ให้กลิ่นอายความเก่าแก่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งดีไซน์ทั้งภายนอก
และภายในรูปแบบย้อนยุคด้วยสถาปัตยกรรมคงความเป็นล้านนาเอาไว้นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้คือธรรม
ชาติที่มีต้นไม้หลายชนิดอยู่บริเวณโดยรอบ
ส่วนห้องพักทุกห้องเป็นแบบล้านนามีของอำนวยความสะดวกพร้อม
แต่ที่นี่เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่อยากมาพักแบบชอบความเป็นส่วนตัวสูง
เพราะเงียบสงบไม่เหมือนใคร…

3 คาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาที่คุณไม่ควรพลาด(ชุดที่2)

3 คาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาที่คุณไม่ควรพลาด(ชุดที่2)

ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอคาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาไปแล้ว 3 ที่ มาครั้งนี้เราจะพาคุณไปชม 3
คาเฟ่น่านั่งต่อจากคราวที่แล้ว ซึ่งต้องบอกว่าน่านั่ง และอาหารรสเด็ดไม่แพ้ 3
ที่ที่เราแนะนำจากครั้ก่อนอย่างแน่นอน
Buma Cafe
เริ่มกันที่แรกกับ Buma Cafe ถือเป็นคาเฟ่ที่เปิดใหม่แบบสดๆร้อนๆ
โดยตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยาทำให้เดินทางมาได้สะดวกแถมโลโก้ของร้านยังโดดเด่น
และบ่งบอกตัวตนของร้านแบบสุดๆ ซึ่งใช้นกฮูกเป็นโลโก้ของร้าน
แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นข้างในร้านเขามีนกฮูกตัวเป็นๆเลี้ยงเอาไว้ด้วยแถมยังเชื่องคนสำหรับลูกค้า
สามารถเข้าไปเล่น และถ่ายภาพกับเจ้านกตัวนี้ได้ด้วยอีกต่างหาก
ส่วนอาหารก็จัดว่ายอดเยี่มมโดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีเมนูมากมายให้เลือก
ส่วนเมนูช็อกโกแลตก็ถือเป็นของขึ้นชื่อเพราะใช้ช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมมาเป็นส่วนผสมทำให้มีความเข้มขน
และหอมเต็มรสรับรองได้ว่าหากแวะเวียนมาสักครั้งจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
Fat Belly Pattaya Pattaya
ต่อกันที่ร้ายแห่งที่สองอย่าง Fat Belly Pattaya Pattaya ได้ยินคำว่า FAT
แต่เดี๋ยวก่อนการทานที่นี่ไม่ใช่อาหารคนอ้วนแต่อย่างใด โดยร้านนั้นตั้อยู่ซอยนาเกลือก 16
ดีไซน์ร้านจัดว่าดูสวยงามให้อารมณ์ความเป็นโมเดิร์นที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา
แต่ก็จัดว่านั่งสุดๆแถมยังมีมุมน่าถ่ายรูปมากมายทั่วร้านเลยทีเดียวส่วนราคาอาหารก็จัดว่าไม่แพ้
โดยมีเมนูแนะนำอย่างซุปเห็ดที่ใช้วัตถุดิบผ่านการปรุงอย่างดีจนส่งกลิ่นหอมชวนน่ากินรวมถึงหมูตะไคร่
ที่น่ารับประทานไม่แพ้กัน นอกเหนือจากอาหารคาวก็ยังมีของหวาน
และเครื่องดื่มให้บริการเรียกได้ว่ามีครบจบในที่เดียวแถมยังได้รสชาติที่มีคุณภาพอีกด้วย
คูณคาเฟ่
มาต่อกันที่ร้านสุดท้ายกับ คูณคาเฟ่ชื่ออาจจะดูแปลกไปสักหน่อย แคชต่ร้านนั้นน่านั่งสุดๆ
โดยถูกดีไซน์แบบการ์เด้นเหมือนกำลังนั่งทานทาหารอยู่ในสวน
โดยตัวร้านใช้เป็นแบบเรือนกระจกสามารถชมวิวโดยรอบได้ในระหว่างที่กำบังรับประทานอาหารร้านนั้น
ใช้โทนสีขาว โต๊ะใช้ดป็นไม้ยิ่งให้ความรู้สึกสบายผ่อนคล่ายไปกับการทานมากขึ้น
นอกจากนี้ภายในร้านยังประดับไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ทำให้ได้อารมณ์เข้าถึงธรรมชาติยิ่งขึ้นพร้อมกับ
ทานอาหารรสเลิศไปในเวลาเดียวกัน
โดยที่นี่ไม่ได้เด่นเฉพาะอาหารคาวเท่านั้นยังมีเมนูเบเกอรรี่ให้เลือกอีกมากมายเลยทีเดียว…

ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกที่คุณไม่ควรพลาด

ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกที่คุณไม่ควรพลาด

ภูชี้ฟ้า คือ มาเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสุดอลังการคลอภูขาที่สวยงาม ชมเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ
ที่ไม่มีใครเหมือนนั่นคือ ลักษณะภูเขาที่ชี้ไปบนฟ้า และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาดอยผาหม่น จังหวัดเชียงราย
ด้วยธรรมชาติที่ลงตัว และสวยงาม จะทำให้คุณหลงไหลไปกับมัน
แสงสีทองกระทบกับหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่แสนจะอ่อนโยนนุ่มนวล
มันเป็นความสุขที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่หาไม่ได้จริงๆ
ภูชี้ฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว
เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่นด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ยอดภูชี้ฟ้ามีลักษณะเป็นผาที่มีแหลมยื่นขึ้นไปบนฟ้าจึงเรียกว่า ภูชี้ฟ้า
โดยมองเห็นภูเขาชี้ขึ้นไปบนฟ้าที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงทำมุม 45 องศา ซึ่งด้านบนมีพื้นที่ราบให้เดินเที่ยวชมประมาณ 1
กิโลเมตร ด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงมองเห็นหมู่บ้านเชียงตองในประเทศลาว มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือบริเวณ
ยอดภูและบริเวณ ลานก่อนถึงยอดซึ่งจะเห็นภูเขาชี้ได้อย่างชัดเจร ไฮไลต์สำคัญ ของการมาเที่ยวภู
เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม จะเป็นช่วงเวลา ที่ดอกเสี้ยวหรือ ชงโคป่าจะผลิดอกสีขาวบานสะพรั่งเต็มเชิงเขา หากมาเยือน
ภูชี้ฟ้าในช่วงปีใหม่ยัง ได้ชม งานปีใหม่ที่ชาวม้งจะแต่งตัวม้งครบถ้วนทั้งหญิงและชาย จุดเด่นของงานคือ
การโยนลูกช่วงหรือลูกหิน ระหว่าง หนุ่ม – สาว นั้นเอง บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด…

3 คาเฟ่เดินทางสะดวกไว้นั่งทำงานชิลๆ

3 คาเฟ่เดินทางสะดวกไว้นั่งทำงานชิลๆ

ในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงทำให้หลายคนต้องอยู่ติดกับคอมเพื่อทำงานอยู่ตลอดเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด
แต่ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหากการทำงานต้องนั่งทำอยู่ออฟฟิศหรือที่บ้าน
ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปจากเดิมแม้แต่น้อยแถมยังไม่ช่วยให้เกิดอารมณ์อยากทำงานเลยด้วย
นั่นทำให้บางคนเลือกที่จะยกคอมไปนั่งตามคาเฟ่ต่างๆที่เปิดให้บริการจิบกาแฟไปทำงานไปชิลๆ
เราจึงอยากจะขอแนะนำ 3 คาเฟ่ที่น่านั่งทำงานไปพร้อมๆกับทานกาแฟเปลี่ยนบรรยากาศมาแนะนำกัน

JOINT Cafe & Workspace
เริ่มกันที่ JOINT Cafe & Workspace
ชื่อก็บ่งบอกว่าเป็นคาเฟ่สำหรับรองรับคนที่ต้องการมานั่งทำงานโดยแท้จริง
การตกแต่งเรียกว่าโดดเด่นเกินใครที่มีสไตล์เป็นของตัวเองมาในแบบมินิมอลให้กลิ่นอายความเป็นยุโรป
แถมการจัดระเบียบที่นั่งภายในก็ดูไม่อึดอัดเรียกว่าจัดโซนที่นั่งได้ดีอย่างมากนอกจากนี้ยังมีห้องต่างๆเปิด
ให้บริการเพื่อรองรับสำหรับกลุ่มคนที่อยากมานั่งสัมนาหรือประชุมต่างๆให้ได้บริการกันหรือใครที่จะมา
นั่งติวหนังสือที่นี่เขาก็มีโซนที่นั่งชิลๆจัดไว้ให้บริการกันเต็มรูปแบบแถมอาหารก็รสชาติเยี่ยมมีหลากหลายเมนูให้เลือกทาน
การเดินทางก็มาไม่ยากเพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงที่สถานนีราชเทวีก็ถึงที่หมายที่สำคัญราคาเครื่อง
ดื่มก็ไม่แพงเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้นเอง โดยร้านเปิดบริการ 9.00 ไปจนถึง 22.00 น.

COLAB on Convent
ต่อมาคือ COLAB on Conventซึ่งตั้งอยู่เขตสีลมที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ 7.00 ไปจนถึง 16.00 น.
โดยมีพื้นที่เปิดให้บริการกว้างขวางไม่อึดอัดนอกจากนี้ยังมีล็อกเกอร์สำหรับให้ลูกค้าได้
เก็บของที่สำคัญเอาไว้กันโดนขโมยรวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นเครื่องถ่ายเอกสาร
อุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นในสำนักงานหรือเครื่องปริ้นส์ก็มีคอยให้บริการเรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวไม่ต้องเดินไปหาร้านถ่ายเอกสารที่ไหนหากมีงานด่วน
และถ้าหากทำงานเพลินๆเกิดอาการหิวขึ้นมาที่นี่เขาก็มีทั้วเครื่องดื่มอาหารคาวหวานหลายเมนูให้บริการ
ไม่ว่าจะเป็นขนนปังเบเกอรี่ สลัด กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ แถมราคาก็ไม่แพงอีกด้วยสำหรับ COLAB on
Convent ตั้งอยู่ในซอยคอนแวนต์เพียงเดินเข้ามาไม่กี่เมตรก็จะเจอสถานที่ตั้งร้านได้ง่ายๆ

Sit In Inspired Work Space
ลำดับสุดท้ายเป็น Sit In Inspired Work Space
ที่ตั้งอยู่สยามชั้นสองของโรงหนังลิโด้แน่นอนว่าการเดินทางนั้นง่ายมากๆเพียงนั่งบีทีเอสมาลงสถานนีสยามเดินลงมาฝั่งลิโด้ก็ถึงที่หมาย
โดยที่นี่รองรับได้ทั้งคนที่ต้องการหาสถานที่นั่งสัมนา ประชุมงาน
หรือติวหนังสือรวมไปถึงนั่งทำงาน เพราะมีพื้นที่รองรับกว้างขวางไม่แพ้กัน
แต่จะถูกคิดเป็นห้องๆแล้วแต่ราคาที่ต่างกันไปแต่ละห้องที่เปิดให้บริการ โดยชั่วโมงแรกเริ่มที่ราคา 119บาท แต่ชั่วโมงถัดไปคิดเพียงแค่ 40 บาทเท่านั้น
ซึ่งภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแถมด้านนอกยังมีบริการเครื่องดื่มอาหารทานเล่นเปิดให้
ได้เลือกของกินอิ่มท้องในที่เดียว…

3 จุดเช็คอินแห่งเชียงใหม่

3 จุดเช็คอินแห่งเชียงใหม่

หากว่ากันว่า ภูเก็ต เป็นเมืองขึ้นชื่อแห่งภาคใต้ หรือ ขอนแก่น เป็นเมืองโดดเด่นที่สุดของภาคอีสาน ดังนั้น
เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในส่วนของภาคเหนือ จังหวัดที่ชูโรงที่สุด คงหนีไม่พ้น จังหวัดเชียงใหม่ นอกจาก อากาศ
ที่หลายคนพูดถึงว่าน่ามาสูดสักครั้งแล้ว ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลายไม่แพ้กัน และนี่คือ 3
จุดแวะเที่ยวรอบเมืองล้านนา แห่งนี้
เริ่มจาก ถนนนิมานเหมินทร์ แน่นอนว่า หากใครที่มาเชียงใหม่ คงต้องมายังถนนแห่งนี้
เพราะนี่เป็นหนึ่งในย่านฮิปสตรีทชื่อดังของเมือง เป็นทั้งถนนสายการค้าและความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าน่ารักๆ ,
ร้านกาแฟ , ที่พัก และ อาหาร รวมถึงอื่นๆ อีกมากมาย แถวยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและไอเดียสร้างสรรค์ อีกด้วย
ต่อมาคือ ย่านวัดเกตุ ตั้งอยู่บริเวณบนถนนเจริญราษฎร์ หรือ ถนนหน้าวัดเกต ติดริมแม่น้ำปิง
นอกจากเป็นย่านที่ผู้คนอาศัยมากมายแล้ว ยังเป็นย่างท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจของเชียงใหม่
เป็นถนนที่อยู่คู่กับเมืองมาอย่างยาวนาว ในอดีตเป็นย่านการค้าที่เจริญที่สุด ขณะที่ความงดงาม คือในส่วนของ อาคาร
และ บ้านเรือนอันเก่าแก่ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยธรรมที่มีคุณค่า
ปิดท้ายกันที่ ดอยสุเทพ แน่นอนว่า หากใครมาเชียงใหม่ ต้องไม่พลาดที่จะมายังสถานที่แห่งนี้ โดยดอยสุเทพ
ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของเชียงใหม่
เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ รวมถึงปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่านอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างมานั้น เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น ดังนั้น ยังมีอีกหลายสถานที่
ที่รอให้ทุกคนเดินทางไปค้นหา ณ ปลายทางกับจังหวัดชื่อดังแห่งนี้อย่าง “เชียงใหม่”…

เปิดตำนาน 3 ร้านดังแห่งวังหลังที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

เปิดตำนาน 3 ร้านดังแห่งวังหลังที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

ท่าน้ำนนท์นอกจากจะเป็นแหล่งที่ยังไว้ซึ่งวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนเก่าคนแก่แล้วยังเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย
ซึ่งบางร้านเปิดเป็นตำนานอยู่คู่ท่าน้ำนนท์มาเป็นสิบๆปีเลยทีเดียว และนี่คือ 3
ร้านดังที่ต้องไปลองสักครั้งหากไปเยือนวังหลัง
อรทัยซูซิวังหลัง
น้อยคนที่รู้จังวังหลังคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักร้านนี้ เพราะถือได้ว่าเป็นร้านที่โด่งดังที่สุดในย่านนี้แล้วสำหรับ
อรทัยซูซิวังหลัง เพราะรสชาตินั้นอร่อยสุดๆให้ความเป็นญี่ปุ่น
แต่ราคาคนไทยที่ต้องบอกว่าเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินผู้นิยมซูชิอย่างเราๆ
โดยมีให้เลือกหลายหน้าเด็ดสุดต้องลองซูชิหน้าปลาแซลมอนที่ใช้เนื้อปลาชั้นดีนำมาปั้นให้ความสดใหม่
แถมข้าวยังให้ความอร่อยไม่เปรี้ยวจนเกินไปนอกจากเมนูซูชิแล้วอาหารอื่นๆก็รสชาติอร่อยไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นสลัดกุ้ง สลัดทูน่า ทาโกะ ยำสาหร่าย เทมปุระ
ก็ล้วนแต่รสชาติเยี่ยมทั้งนั้นยิ่งไปกว่านั้นซูชิที่มีให้เลือกละลานตาราคานั้นเริ่มต้นที่ 5 บาทไปจนถึง 7บาทเท่านั้นเอง
หมูทอดชาววัง ศิริราชวังหลัง
ใครอยากได้ฟิลแบบเดินไปกินไปก็ต้องร้านนี้เลย หมูทอดชาววัง ศิริราชวังหลัง
ที่มีหมูทอดรสเด็ดรอให้คุณได้มาลิ้มลองสำหรับหมูทอดที่นี่ถือเป็นสูตรลับเฉพาะดั้งเดิมแบบชาววัง
และถือเป็นจุดกำเนิดแรกของหมูทอดชาววังกันเลยทีเดียว
โดยเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือหมูหมักที่มีรสชาติหอมอร่อยกำลังดีไม่มันเกินไป
และไม่เหนียวเนื้อนุ่มอร่อยน่ารับประทานจึงไม่แปลกที่เมื่อใครไปเยือนวังหลังก็มักจะแวะซื้อหมูทอดเจ้านี้
กันเป็นแถวยิ่งกินคู่กับข้าวเหนียวที่เพิ่งหุงมาอย่างดีก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีกขั้น
โดยที่นี่เขาขายแค่ขีดละ 40 บาทเท่านั้นเอง ส่วนข้าวเหนียวก็ขายห่อละ 5 บาทเท่านั้น
ส้มตำอรพิน
อีกหนึ่งร้านที่เปิดคู่วังหลังมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นตำนานความอร่อยอย่างร้านส้มตำอรพิน
หากใครเคยเห็นร้านนี้ก็คงหายสงสัยเรื่องความอร่อยอย่างแน่นอนเพราะคนมักจะเต็มโต๊ะทุกครั้ง
ด้วยความอร่อยที่ไม่เหมือนใครทำให้ทีผู้คนมักนิยมแวะมารับประทานอย่างไม่ขาดสายกันเลยทีเดียว
ซึ่งรสชาตินั้นก็ต้องบอกว่าเด็ดเข้าถึงความแซ่บเต็มที่มีความเปรี้ยวโดนใจไม่เค็มเกินไปเรื่องความเผ็ดไม่ต้องห่วง
เพราะมาแบบจัดหนักจัดเต็มความอร่อยเข้าถึงแก่นแท้ของส้มตำอย่างแท้จริง
ส่วนทะละกอก็ถูกหั่นมาพอดีคำยิ่งไปกว่านั้นเมนูคลาสิคของส้มตำอย่างตำปูไข่เค็ม ตำถาด
ก็ล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมทั้งสิ้นนอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆให้เลือกมากมายทั้ง ลาบ น้ำตก คอหมูย่าว
ต้มแซ่บที่ล้วนแล้วแต่รับประกันความอร่อยอย่างแน่นอนที่สำคัญราคาไมแพงอย่างที่คิดโดยเมนูต่ำสุดเริ่มที่ 30 บาทเท่านั้น…

หรูหราไปกับความเรียบง่าย ที่ร้าน LIVV bakery Cafe

หรูหราไปกับความเรียบง่าย ที่ร้าน LIVV bakery Cafe

ใครที่กำลังมองหารร้านอาหารที่หรูหราและเรียบง่าย ในพัทยาแต่ไม่เจอสักที แนะนำให้มาที่นี่ ที่ ร้าน LIVV bakery Cafe
ด้วยรสชาติอาหารสไตล์ยุโรป จะตอบโจทย์คุณทุกคำถาม
ร้าน LIVV bakery Cafe ตั้งอยู่ที่ พัทยาใต้ ซอยเขาตาโล ตรงข้ามกับซอยเขาตาโล 14 ร้านหาค่อนข้างง่าย
แนะนำถ้าใครหาไม่เจอให้มองหาป้ายมองข้างทางซึ่งเป็นที่จอดรถของทางร้านนั้นเอง
LIVV bakery Cafe คือการตกแต่งเรียบง่ายผสมกับกับความหรู้หราเบาๆ ในสไตล์ Vintage Luxury
ด้วยแสงสว่างๆจากโครมไฟทำให้รู้สึกหรูหรา
ประกอบกับอาหารที่อร่อยและคุณภาพที่เต็มเปี่ยมไม่ต้องกลัวว่ามาที่นี้จะผิดหวังอย่างแน่นอน
โดยเมนูคล่าวๆของทางร้านก็จะมี แซนด์วิช วาฟเฟิล หรือ ออมเล็ต แสนอร่อย ที่ทานพร้อมกับกาแฟสุดหอม
และทีเด็ดของร้านก็จะอยุ่ที่เมนูนี้เลย
เมนู CHEF’S RECCOMMENDATIONS (ราคา 595 บาท) เป็นเมนู Starters เลิศหรูอย่างเรียบง่าย
ซึ่งประกอบไปด้วยหอยนางรมจากฝรั่งเศสที่ที่นิยมในตอนนี้ ด้วยขนาดที่พอดีคำ
และรสชาติที่หวานไปในตัวแบบไม่ได้ปรุงแต่งใดๆเป็น Starters ที่เหมาะอย่างยิ่งกับการทานคู่กับ ไวน์ขาว
ซึ่งจะทำให้เมนูนี้อัพเลเวลขึ้นมาอีกระดับ
และยังมีเมนูแนะนำอีกมากมายดังนี้
1.BEEF CARPACCIO (ราคา 300 บาท)
2.BLACKENED TUNA STEAK WITH MANGO SALSA (ราคา 560 บาท)
2.CHICKEN SATE SKEWER (ราคา 500)
3.BLACK ANGUS TENDERLOIN (ราคา 899 บาท)
4.DUO GELATO (ราคา 220 บาท)
5.RAINBOW CAKE (ราคา 120 บาท)
และเมนู คาปูชิโน่ร้อนๆ ส่วนทีเด็ดก็หน้าจะอยุ่ที่ความนุ่มนวลของฟองนมที่หอม อบอวนเข็มขน น่าลิ้มลองสุดๆ
โดยทั้งหมดนี้ไม่ต้องบินตรงไปกินถึงต่างประเทศแค่มาที่นี่ที่ ร้าน LIVV bakery Cafe ที่พัทยาใต้ ที่เดียวเท่านั้น…

3 ร้านอาหารสุดพีค ใน สุขุมวิท

3 ร้านอาหารสุดพีค ใน สุขุมวิท

มีใครที่อยากไปกินร้านอาหารที่ไม่ถูกปากบ้าง
หลายๆทำงานมาเหนื่อยอยากไปกินมื้อเย็นแต่ต้องไปเจอร้านอาหารที่ไม่ถูกปากมันเป็นอะไรที่ ไม่ดีเลย
ฉะนั้นวันนี้เราจะเอาของดีมาบอกต่อ 3 ร้านอาหารอร่อย ใน สุขุมวิท
1. Fujiyama Go Go ฟูจิยาม่า โก โก (สุขุมวิท 39)

ร้านฟูจิยาม่า โก โก (Fujiyama Go Go) ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 บอกได้เลยว่า เลิกงานมาเหนื่อยๆหิวๆ
อยากหาอะไรทานแบบอร่อยๆ กินอิ่มนอนหลับ ร้านนี้จะไม่ผิดหวังแน่นอน สูตรเด็ดจากนาโดย่า
โดยพระเอกของร้านจะอยู่ที่น้ำซุปอันหอมหวานสูตรเข้มข้น ไม่มีเลี่ยน ส่วน เมนู แนะนำทางร้านก็คือ ทสึเคเมน
(Tsukemen)
เวลเปิดทำการ เปิด-ปิด : 11.00-23.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 0-2662-6822
2. El Gaucho Argentinian Steakhouse เอล การ์โชว์ อาร์เจนติเนียน สเต็กเฮ้าส์ (สุขุมวิท 19)

ร้าน เอล การ์โชว์ อาร์เจนติเนียน สเต็กเฮ้าส์ (El Gaucho Argentinian Steakhouse)ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 19
ร้านนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากถึงรสชาติของสเต็ก บอกได้เลยว่า เด็ดสุดๆ! โดยร้านนี้จะใช้ภาษาหลักๆ เป็นภาษาอังกฤษ
เพราะส่วนใหญ่พนักงานที่นี่เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด และไม่ได้มีแค่สเต็กที่อร่อยเว่อร์ ยังมี น้ำซุปลอบสตอร์ ซีซาร์สลัด
ไส้กรอกเนื้อ ที่เป็นที่เด็ดของร้านบอกได้เลยว่าใครมาร้านนี้ไม่พลาดเมนูเหล่านี้แน่นอน
และใครที่ยังไม่เคยไปบอกได้เลยว่าต้องลอง
เวลาทำการ เปิด-ปิด : 11.00-01.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 0-2255-2864
3. Broccoli Revolution (สุขุมวิท 49)

สาย Vegan ห้ามพลาดร้านนี้ ตั้งอยู่ติดถนนปากซอยสุขุมวิท 49 ที่จัดเสริร์ฟ
ผักนาๆประโยน์ชที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีเพื่อคุณภาพที่ดีให้ลูกค้าทุกคนโดยทางร้านจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ปลอยสารพิษ
สารเคมี ซึ่งทีเด็ดของร้านคงหนีไม่พ้นเจ้านี่เลย ซุปมะเขือเทศ เบอร์เกอร์ ประเภทต่างๆ และยังมีอาหารจานเดียวอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย และเมนูอย่างอื่นให้เลือกอีกมากมาย
ร้านนี้จะทำให้คุณเข้าถึงอาหารได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างที่อยู่ในผัก ใครว่างๆก็ลองแวะเข้ามาดูน้า
ไม่ผิดหวังแน่นอน เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี
เวลาทำการ เปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 07.00-22.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 09-5251-9799…

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยามที่ไม่ควรพลาด

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยามที่ไม่ควรพลาด

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยาม

คาเฟ่ กลายเป็นแหล่งเช็คอินยอดนิยมไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับยุคนี้ ซึ่ง ณ
ปัจจุบันมีหลายแห่งที่ทำธุรกิจคาเฟ่ขึ้นมา ซึ่งก็มีเอกลักษณ์
และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปในวันนี้เราจึงอยากขอพอคุณไปชมคาเฟ่น่านั่งแถวสยามว่าจะมีที่ไหนน่าเ
ช็คอินกันบ้าง
KICKS café by Carnival
เริ่มกันที่แรกอย่าง KICKS café by Carnival ชื่อก็บ่บอกแล้วว่าเป็นคาเฟ่ที่เอาใจคนรักรองเท้าแน่นอน
โดยคาเฟ่แห่งนี้นั้นมีรองเท้าสวยๆเก๋ๆมากมายให้เหล่าลูกค้าได้เลือกชมพร้อมเพิดเพลินไปกับเครื่องดื่มที่
มีหลากหลายเมนูไม่แพ้รองเท้าเลยทีเดียว การตกแต่งนั้นเป็นสไตล์แบบมินิมอลเน้นโดทนสีขาวเป็นหลัก
โดยจุดเด่นสำคัญของคาเฟ่แห่งนี้คือมีกลิ่นที่หอมของบรรดาผลไม้จากเมนูต่างๆแถมยังมีอาหารให้เลือกห
ลายอย่างไม่มีเบื่อแน่นอน
Milkcow Thailand
มาที่ลำดับถัดไปเป็น Milkcow Thailand ใครที่ชื่นชอบนมล่ะก็ต้องอย่าพลาดที่นี่เลย
เพราะเป็นร้านไอศกรีมนมสดที่มีรสชาติอร่อยแถมเรียกเสียงฮือฮามาล้วทั่วโลกจากหลากหลายสาขาที่กร
ะจายกันออกไป โดย Milkcow Thailand
มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศเกาหลีก่อนจะเพิ่งขยับขยายมาเปิดในเมืองไทย
โดยสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือไอศกรีมซอฟต์ที่มีเนื้อนุ่ม
และมีกลิ่นนมหอมหวานโดยผลิตจากนมที่นำมาจากฟาร์มออแกนิครับประกันได้ว่าปลอดเชื้อ
และสะอาดปลอดภัยอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุดของทางร้านคือทีรามิสุชีสที่จำหน่ายในราคา 159 บาท
รูปร่างน่าทานแถมรสชาติต้องยกนิ้วให้ด้านล่างของเมนูเป็นเค้กเลดี้ฟิงเกอร์สทีรามิสุถัดจากนั้นขึ้นมาอีก
ชั้นเป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ที่เข้มเต็มรส
และมีกลิ่นหอมเตะจมูกและโปะชั้นบนสุดด้วยซอฟต์ไอศกรีมนมสดของทางร้านจัดเป็นเมนูที่คุ้มสุดๆเลยทีเ
ดียว
Matchbox – PinkPlanter
นี่คือคาเฟ่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงย่านสยาม
เพราะคาเฟ่แห่งนี้เพิ่งเปิดบริการใหม่แบบสดๆร้อนๆเลยทีเดียว ชื่อร้านบอกอยู่แล้วว่าสีชมพู
ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ๋จึงเป็นโทนสีชมพูทั้ร้าน แต่คาเฟ่นั้นมีขนาดเล็ก
เพราะซ่อนอยู่ชั้นบนของร้านเสื้อผ้าMatchbox เมนูส่วนใหญ่เป็นของหวาน
และของทานเล่นรวมถึงเครื่องดื่นกาแฟต่างๆที่มีให้เลือกมากมาย
สำหรับคาเฟ่แห่งนี้นับว่าเหมาะทีเดียวหากใครกำลังมองหาคาเฟ่สักทีที่เก๋ๆสำหรับการถ่ายรูปเช็คอิน
เพราะการตกแต่งนั้นสวยงามดูมีสีสันสุดๆ
โดยเฉพาะสีชมพูที่เป็นโทนหลักของร้านทำให้ดูโดดเด่นเกินใคร ส่วนรสชาติของอาหาร
และเครื่องดื่มจัดว่าดีเลยทีเดียว…