3 คาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาที่คุณไม่ควรพลาด(ชุดที่2)

3 คาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาที่คุณไม่ควรพลาด(ชุดที่2)

ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอคาเฟ่น่านั่งในเมืองพัทยาไปแล้ว 3 ที่ มาครั้งนี้เราจะพาคุณไปชม 3
คาเฟ่น่านั่งต่อจากคราวที่แล้ว ซึ่งต้องบอกว่าน่านั่ง และอาหารรสเด็ดไม่แพ้ 3
ที่ที่เราแนะนำจากครั้ก่อนอย่างแน่นอน
Buma Cafe
เริ่มกันที่แรกกับ Buma Cafe ถือเป็นคาเฟ่ที่เปิดใหม่แบบสดๆร้อนๆ
โดยตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยาทำให้เดินทางมาได้สะดวกแถมโลโก้ของร้านยังโดดเด่น
และบ่งบอกตัวตนของร้านแบบสุดๆ ซึ่งใช้นกฮูกเป็นโลโก้ของร้าน
แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นข้างในร้านเขามีนกฮูกตัวเป็นๆเลี้ยงเอาไว้ด้วยแถมยังเชื่องคนสำหรับลูกค้า
สามารถเข้าไปเล่น และถ่ายภาพกับเจ้านกตัวนี้ได้ด้วยอีกต่างหาก
ส่วนอาหารก็จัดว่ายอดเยี่มมโดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีเมนูมากมายให้เลือก
ส่วนเมนูช็อกโกแลตก็ถือเป็นของขึ้นชื่อเพราะใช้ช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมมาเป็นส่วนผสมทำให้มีความเข้มขน
และหอมเต็มรสรับรองได้ว่าหากแวะเวียนมาสักครั้งจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
Fat Belly Pattaya Pattaya
ต่อกันที่ร้ายแห่งที่สองอย่าง Fat Belly Pattaya Pattaya ได้ยินคำว่า FAT
แต่เดี๋ยวก่อนการทานที่นี่ไม่ใช่อาหารคนอ้วนแต่อย่างใด โดยร้านนั้นตั้อยู่ซอยนาเกลือก 16
ดีไซน์ร้านจัดว่าดูสวยงามให้อารมณ์ความเป็นโมเดิร์นที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา
แต่ก็จัดว่านั่งสุดๆแถมยังมีมุมน่าถ่ายรูปมากมายทั่วร้านเลยทีเดียวส่วนราคาอาหารก็จัดว่าไม่แพ้
โดยมีเมนูแนะนำอย่างซุปเห็ดที่ใช้วัตถุดิบผ่านการปรุงอย่างดีจนส่งกลิ่นหอมชวนน่ากินรวมถึงหมูตะไคร่
ที่น่ารับประทานไม่แพ้กัน นอกเหนือจากอาหารคาวก็ยังมีของหวาน
และเครื่องดื่มให้บริการเรียกได้ว่ามีครบจบในที่เดียวแถมยังได้รสชาติที่มีคุณภาพอีกด้วย
คูณคาเฟ่
มาต่อกันที่ร้านสุดท้ายกับ คูณคาเฟ่ชื่ออาจจะดูแปลกไปสักหน่อย แคชต่ร้านนั้นน่านั่งสุดๆ
โดยถูกดีไซน์แบบการ์เด้นเหมือนกำลังนั่งทานทาหารอยู่ในสวน
โดยตัวร้านใช้เป็นแบบเรือนกระจกสามารถชมวิวโดยรอบได้ในระหว่างที่กำบังรับประทานอาหารร้านนั้น
ใช้โทนสีขาว โต๊ะใช้ดป็นไม้ยิ่งให้ความรู้สึกสบายผ่อนคล่ายไปกับการทานมากขึ้น
นอกจากนี้ภายในร้านยังประดับไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ทำให้ได้อารมณ์เข้าถึงธรรมชาติยิ่งขึ้นพร้อมกับ
ทานอาหารรสเลิศไปในเวลาเดียวกัน
โดยที่นี่ไม่ได้เด่นเฉพาะอาหารคาวเท่านั้นยังมีเมนูเบเกอรรี่ให้เลือกอีกมากมายเลยทีเดียว…

ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกที่คุณไม่ควรพลาด

ภูชี้ฟ้า ทะเลหมอกที่คุณไม่ควรพลาด

ภูชี้ฟ้า คือ มาเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสุดอลังการคลอภูขาที่สวยงาม ชมเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ
ที่ไม่มีใครเหมือนนั่นคือ ลักษณะภูเขาที่ชี้ไปบนฟ้า และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาดอยผาหม่น จังหวัดเชียงราย
ด้วยธรรมชาติที่ลงตัว และสวยงาม จะทำให้คุณหลงไหลไปกับมัน
แสงสีทองกระทบกับหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่แสนจะอ่อนโยนนุ่มนวล
มันเป็นความสุขที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่หาไม่ได้จริงๆ
ภูชี้ฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว
เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่นด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ยอดภูชี้ฟ้ามีลักษณะเป็นผาที่มีแหลมยื่นขึ้นไปบนฟ้าจึงเรียกว่า ภูชี้ฟ้า
โดยมองเห็นภูเขาชี้ขึ้นไปบนฟ้าที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงทำมุม 45 องศา ซึ่งด้านบนมีพื้นที่ราบให้เดินเที่ยวชมประมาณ 1
กิโลเมตร ด้านหน้าเป็นหน้าผาสูงมองเห็นหมู่บ้านเชียงตองในประเทศลาว มีจุดชมวิวยอดนิยมอยู่ 2 จุด คือบริเวณ
ยอดภูและบริเวณ ลานก่อนถึงยอดซึ่งจะเห็นภูเขาชี้ได้อย่างชัดเจร ไฮไลต์สำคัญ ของการมาเที่ยวภู
เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม จะเป็นช่วงเวลา ที่ดอกเสี้ยวหรือ ชงโคป่าจะผลิดอกสีขาวบานสะพรั่งเต็มเชิงเขา หากมาเยือน
ภูชี้ฟ้าในช่วงปีใหม่ยัง ได้ชม งานปีใหม่ที่ชาวม้งจะแต่งตัวม้งครบถ้วนทั้งหญิงและชาย จุดเด่นของงานคือ
การโยนลูกช่วงหรือลูกหิน ระหว่าง หนุ่ม – สาว นั้นเอง บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด…

3 จุดเช็คอินแห่งเชียงใหม่

3 จุดเช็คอินแห่งเชียงใหม่

หากว่ากันว่า ภูเก็ต เป็นเมืองขึ้นชื่อแห่งภาคใต้ หรือ ขอนแก่น เป็นเมืองโดดเด่นที่สุดของภาคอีสาน ดังนั้น
เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในส่วนของภาคเหนือ จังหวัดที่ชูโรงที่สุด คงหนีไม่พ้น จังหวัดเชียงใหม่ นอกจาก อากาศ
ที่หลายคนพูดถึงว่าน่ามาสูดสักครั้งแล้ว ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลายไม่แพ้กัน และนี่คือ 3
จุดแวะเที่ยวรอบเมืองล้านนา แห่งนี้
เริ่มจาก ถนนนิมานเหมินทร์ แน่นอนว่า หากใครที่มาเชียงใหม่ คงต้องมายังถนนแห่งนี้
เพราะนี่เป็นหนึ่งในย่านฮิปสตรีทชื่อดังของเมือง เป็นทั้งถนนสายการค้าและความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าน่ารักๆ ,
ร้านกาแฟ , ที่พัก และ อาหาร รวมถึงอื่นๆ อีกมากมาย แถวยังโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและไอเดียสร้างสรรค์ อีกด้วย
ต่อมาคือ ย่านวัดเกตุ ตั้งอยู่บริเวณบนถนนเจริญราษฎร์ หรือ ถนนหน้าวัดเกต ติดริมแม่น้ำปิง
นอกจากเป็นย่านที่ผู้คนอาศัยมากมายแล้ว ยังเป็นย่างท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจของเชียงใหม่
เป็นถนนที่อยู่คู่กับเมืองมาอย่างยาวนาว ในอดีตเป็นย่านการค้าที่เจริญที่สุด ขณะที่ความงดงาม คือในส่วนของ อาคาร
และ บ้านเรือนอันเก่าแก่ ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยธรรมที่มีคุณค่า
ปิดท้ายกันที่ ดอยสุเทพ แน่นอนว่า หากใครมาเชียงใหม่ ต้องไม่พลาดที่จะมายังสถานที่แห่งนี้ โดยดอยสุเทพ
ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของเชียงใหม่
เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ รวมถึงปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่านอกเหนือจากที่เรายกตัวอย่างมานั้น เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น ดังนั้น ยังมีอีกหลายสถานที่
ที่รอให้ทุกคนเดินทางไปค้นหา ณ ปลายทางกับจังหวัดชื่อดังแห่งนี้อย่าง “เชียงใหม่”…

3 ร้านอาหารสุดพีค ใน สุขุมวิท

3 ร้านอาหารสุดพีค ใน สุขุมวิท

มีใครที่อยากไปกินร้านอาหารที่ไม่ถูกปากบ้าง
หลายๆทำงานมาเหนื่อยอยากไปกินมื้อเย็นแต่ต้องไปเจอร้านอาหารที่ไม่ถูกปากมันเป็นอะไรที่ ไม่ดีเลย
ฉะนั้นวันนี้เราจะเอาของดีมาบอกต่อ 3 ร้านอาหารอร่อย ใน สุขุมวิท
1. Fujiyama Go Go ฟูจิยาม่า โก โก (สุขุมวิท 39)

ร้านฟูจิยาม่า โก โก (Fujiyama Go Go) ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 บอกได้เลยว่า เลิกงานมาเหนื่อยๆหิวๆ
อยากหาอะไรทานแบบอร่อยๆ กินอิ่มนอนหลับ ร้านนี้จะไม่ผิดหวังแน่นอน สูตรเด็ดจากนาโดย่า
โดยพระเอกของร้านจะอยู่ที่น้ำซุปอันหอมหวานสูตรเข้มข้น ไม่มีเลี่ยน ส่วน เมนู แนะนำทางร้านก็คือ ทสึเคเมน
(Tsukemen)
เวลเปิดทำการ เปิด-ปิด : 11.00-23.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 0-2662-6822
2. El Gaucho Argentinian Steakhouse เอล การ์โชว์ อาร์เจนติเนียน สเต็กเฮ้าส์ (สุขุมวิท 19)

ร้าน เอล การ์โชว์ อาร์เจนติเนียน สเต็กเฮ้าส์ (El Gaucho Argentinian Steakhouse)ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 19
ร้านนี้เป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมากถึงรสชาติของสเต็ก บอกได้เลยว่า เด็ดสุดๆ! โดยร้านนี้จะใช้ภาษาหลักๆ เป็นภาษาอังกฤษ
เพราะส่วนใหญ่พนักงานที่นี่เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด และไม่ได้มีแค่สเต็กที่อร่อยเว่อร์ ยังมี น้ำซุปลอบสตอร์ ซีซาร์สลัด
ไส้กรอกเนื้อ ที่เป็นที่เด็ดของร้านบอกได้เลยว่าใครมาร้านนี้ไม่พลาดเมนูเหล่านี้แน่นอน
และใครที่ยังไม่เคยไปบอกได้เลยว่าต้องลอง
เวลาทำการ เปิด-ปิด : 11.00-01.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 0-2255-2864
3. Broccoli Revolution (สุขุมวิท 49)

สาย Vegan ห้ามพลาดร้านนี้ ตั้งอยู่ติดถนนปากซอยสุขุมวิท 49 ที่จัดเสริร์ฟ
ผักนาๆประโยน์ชที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีเพื่อคุณภาพที่ดีให้ลูกค้าทุกคนโดยทางร้านจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ปลอยสารพิษ
สารเคมี ซึ่งทีเด็ดของร้านคงหนีไม่พ้นเจ้านี่เลย ซุปมะเขือเทศ เบอร์เกอร์ ประเภทต่างๆ และยังมีอาหารจานเดียวอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย และเมนูอย่างอื่นให้เลือกอีกมากมาย
ร้านนี้จะทำให้คุณเข้าถึงอาหารได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างที่อยู่ในผัก ใครว่างๆก็ลองแวะเข้ามาดูน้า
ไม่ผิดหวังแน่นอน เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี
เวลาทำการ เปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 07.00-22.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ-จองโต๊ะ : 09-5251-9799…

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยามที่ไม่ควรพลาด

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยามที่ไม่ควรพลาด

3 คาเฟ่น่าเช็คอินย่านสยาม

คาเฟ่ กลายเป็นแหล่งเช็คอินยอดนิยมไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับยุคนี้ ซึ่ง ณ
ปัจจุบันมีหลายแห่งที่ทำธุรกิจคาเฟ่ขึ้นมา ซึ่งก็มีเอกลักษณ์
และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไปในวันนี้เราจึงอยากขอพอคุณไปชมคาเฟ่น่านั่งแถวสยามว่าจะมีที่ไหนน่าเ
ช็คอินกันบ้าง
KICKS café by Carnival
เริ่มกันที่แรกอย่าง KICKS café by Carnival ชื่อก็บ่บอกแล้วว่าเป็นคาเฟ่ที่เอาใจคนรักรองเท้าแน่นอน
โดยคาเฟ่แห่งนี้นั้นมีรองเท้าสวยๆเก๋ๆมากมายให้เหล่าลูกค้าได้เลือกชมพร้อมเพิดเพลินไปกับเครื่องดื่มที่
มีหลากหลายเมนูไม่แพ้รองเท้าเลยทีเดียว การตกแต่งนั้นเป็นสไตล์แบบมินิมอลเน้นโดทนสีขาวเป็นหลัก
โดยจุดเด่นสำคัญของคาเฟ่แห่งนี้คือมีกลิ่นที่หอมของบรรดาผลไม้จากเมนูต่างๆแถมยังมีอาหารให้เลือกห
ลายอย่างไม่มีเบื่อแน่นอน
Milkcow Thailand
มาที่ลำดับถัดไปเป็น Milkcow Thailand ใครที่ชื่นชอบนมล่ะก็ต้องอย่าพลาดที่นี่เลย
เพราะเป็นร้านไอศกรีมนมสดที่มีรสชาติอร่อยแถมเรียกเสียงฮือฮามาล้วทั่วโลกจากหลากหลายสาขาที่กร
ะจายกันออกไป โดย Milkcow Thailand
มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศเกาหลีก่อนจะเพิ่งขยับขยายมาเปิดในเมืองไทย
โดยสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือไอศกรีมซอฟต์ที่มีเนื้อนุ่ม
และมีกลิ่นนมหอมหวานโดยผลิตจากนมที่นำมาจากฟาร์มออแกนิครับประกันได้ว่าปลอดเชื้อ
และสะอาดปลอดภัยอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุดของทางร้านคือทีรามิสุชีสที่จำหน่ายในราคา 159 บาท
รูปร่างน่าทานแถมรสชาติต้องยกนิ้วให้ด้านล่างของเมนูเป็นเค้กเลดี้ฟิงเกอร์สทีรามิสุถัดจากนั้นขึ้นมาอีก
ชั้นเป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ที่เข้มเต็มรส
และมีกลิ่นหอมเตะจมูกและโปะชั้นบนสุดด้วยซอฟต์ไอศกรีมนมสดของทางร้านจัดเป็นเมนูที่คุ้มสุดๆเลยทีเ
ดียว
Matchbox – PinkPlanter
นี่คือคาเฟ่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงย่านสยาม
เพราะคาเฟ่แห่งนี้เพิ่งเปิดบริการใหม่แบบสดๆร้อนๆเลยทีเดียว ชื่อร้านบอกอยู่แล้วว่าสีชมพู
ฉะนั้นการออกแบบส่วนใหญ๋จึงเป็นโทนสีชมพูทั้ร้าน แต่คาเฟ่นั้นมีขนาดเล็ก
เพราะซ่อนอยู่ชั้นบนของร้านเสื้อผ้าMatchbox เมนูส่วนใหญ่เป็นของหวาน
และของทานเล่นรวมถึงเครื่องดื่นกาแฟต่างๆที่มีให้เลือกมากมาย
สำหรับคาเฟ่แห่งนี้นับว่าเหมาะทีเดียวหากใครกำลังมองหาคาเฟ่สักทีที่เก๋ๆสำหรับการถ่ายรูปเช็คอิน
เพราะการตกแต่งนั้นสวยงามดูมีสีสันสุดๆ
โดยเฉพาะสีชมพูที่เป็นโทนหลักของร้านทำให้ดูโดดเด่นเกินใคร ส่วนรสชาติของอาหาร
และเครื่องดื่มจัดว่าดีเลยทีเดียว…

ดูบอลตามความฝันที่อังกฤษ

ดูบอลตามความฝันที่อังกฤษ

ท่องเที่ยว

ดูบอลตามความฝันที่อังกฤษ ไปยากจริงหรือ ?

เชื่อได้เลยว่าความฝันของแฟนบอลคนหนึ่งที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศมาอย่างยาวนาน

โดยเฉพาะแฟนบอลไทยที่ได้รับอิทธิผลการดูฟุตบอลอังกฤษ จนเติบโตมาเป็นแฟนบอลของทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,

ลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน, อาร์เซน่อล, เชลซี หรือ สเปอร์ส และทีมอื่นๆอีกหลายๆทีมที่ไม่ได้เอ่ยนาม

ครั้งหนึ่งในชีวิตคงอยากที่จะไปสัมผัสกับบรรยากาศการดูทีมรักแบบใกล้ชิดติดขอบสนามซักครั้งหนึ่งให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น

โอลด์แทรฟฟอร์ด, แอนฟิลด์ หรือ ไวท์ ฮาร์ท เลน หรือว่าจะเป็นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม สังเวียนใหม่ของอาร์เซน่อล หรือว่า

สแตมฟอร์ดบริดจ์ ของ เชลซี ที่ล้วนแต่เป็นสนามที่แฟนบอลชาวไทยคุ้นชื่อ คุ้นหูมาอย่างยาวนาน

แต่อาจจะไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ไปสัมผัส เอาละ หากว่าความฝันของคุณคือการไปชมเกมฟุตบอลที่อังกฤษ แล้วละก็ แน่นอนว่า

อย่าปล่อยให้มันเป็นแค่ฝัน แต่ทำมันให้เกิดเป็นความจริงไปเลยดีกว่าไหม การไปเชียร์บอลที่อังกฤษ

ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นขนาดนั้น

เริ่มต้นที่อันดับแรกคือการวางแผน ก็เหมือนๆกับงานทั่วๆไป ที่ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ต้องมีการวางแผนเท่านั้น

หากว่าแผนดีก็เหมือนว่ามีชัยไปแล้วกว่าครึ่ง โดยการวางแผนจะต้องแบ่งเป็นสองแบบคือ 1

การวางแผนทางด้านการเงินของคุณ ในการที่จะเริ่มเก็บเงินอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะได้มีงบประมาณไปตามฝัน

ซึ่งหากมีเงินประมาณ 6 หมื่นบาทก็สามารถที่จะไปได้แล้ว

แต่ว่ากรณีนี้คุณอาจจะต้องมีบัตรเครดิตที่มีวงเงินพอสมควรในการซื้อตั๋วเครื่องบิน

และจ่ายค่าที่พักซึ่งคุณสามารถมาผ่อนเอาทีหลังได้ และนำเงินสดไปใช้จ่ายซื้ออาหาร และเดินทาง

และสองการวางแผนเรื่องการเดินทาง ช่วงที่เหมาะที่สุดคือประมาณ เดือนมิถุนายน

ที่โปรแกรมการแข่งขันของฤดูกาลใหม่จะมาถึง ทำให้เราสามารถวางแผนไปชมเกมที่อยากที่จะชมได้

อันดับต่อมาเมื่อเลือกเกมที่จะไปดูได้แล้ว ก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชมเกมก่อน

อย่าไปหวังว่าจะไปซื้อตั๋วที่หน้าสนามเพราะอาจจะเจอตั๋วผีราคาแพงจนหมดเนื้อหมดตัวได้ และยังเป็นความเสี่ยงเกินไป

หากว่าจะรอลุ้นตั๋วหน้าสนาม นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่ยาก ในการขอวีซ่าด้วยหากว่าไม่มีตั๋ว

โดยคุณสามารถจองกับทางสโมสรได้โดยตรง ในการซื้อตั๋วล่วงหน้า หรือหาจากเอเย่นต์จำหน่ายตั๋ว

เมื่อได้ตั๋วแล้วก็ทำการจองเครื่องบิน แนะนำให้เดินทางในช่วงปลายปี เพราะหลายสายการบินมักจะมีโปรโมชั่น

ที่จะลดราคาค่าตั๋วให้ถูกลงมา จากนั้นทำแผนการเดินทางให้เรียบร้อย ว่าจะเดินทางไปวันไหน และไปที่ไหนบ้าง

เพื่อนำไปยื่นขอวีซ่า ซึ่งเราจะต้องเตรียมหลักฐานคล้ายๆกู้ซื้อบ้าน การเงินของเราจะต้องแน่นหนา

และแสดงให้เห็นว่าเรามีเงินในการจับจ่ายท่องเที่ยวจริงไม่ใช่ตั้งใจจะไปเป็นโรบินฮู้ด อย่างที่บอกว่า

ถ้าไม่มีตั๋วบอลความน่าเชื่อถือในการทำวีซ่าก็แทบจะหมดไปเลย เพราะฉะนั้น ตั๋วบอลสำคัญมากๆ และเมื่อยื่นวีซ่าไปแล้วก็รอ

รอผลหากว่าอนุมัติก็ลุยได้เลย ขอให้โชคดีกับการเดินทาง…

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

หากพูดคุยกันถึงอุทยานแห่งชาติ มันใจว่า มีไม่กี่ที่ในประเทศไทยที่เป็นที่นิยมของทั้งชาวไทยและของชาวต่างชาติ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น ก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ อุดมไปด้วยพืชและสัตว์ที่หลากหลายชนิด บอกได้เลยว่า เป็นป่าอีกหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่คลอบคลุม ทั้ง 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด คือ สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และ นครนายก ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน
การเดินทางขึ้นมายังอุทยานแห่งนี้นั้น ไม่อยากอย่างที่คิด สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว ช่องทางการเดินทางนั้น มีให้เลือกหลายทาง ทางรถตู้ รถไฟ แต่หากอยากได้บรรยากาศ เราแนะนำให้หารถส่วนตัว เพราะการเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ในตลอดเส้นทาง หากวันไหนโชคดี คุณอาจจะพบกับเหล่าบรรดาสัตว์ป่าออกมาเดินนวยนาดให้คุณได้ยลโฉมกัน ซึ่งอย่างที่บอกไป สัตว์ที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ มีอยู่ด้วยกันมากมาย หลากหลายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น เก้งกวาง เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า นกชนิดต่างๆ จำนวน 250 ชนิด พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบ เห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ ที่มีรายงาน พบกว่า 216 ชนิด
อุทยานแห่งชาติเข้าใหญ่นี้ เป็นสถานที่ ที่มีสภาพป่าก็ชุ่มชื้น เขียวขจี ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนส่วนใหญ่ มักจะไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและชาร์ตพลังเพื่อให้กลับมาทำงานต่ออย่างมีความสุข โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่แนะนำสำหรับการไปเขาใหญ่นั้น ได้แก่
ศาลเจ้าพ่อเข้าใหญ่ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีการสร้างขึ้นเมื่อ ปี 2505 ตั้งอยู่เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ ถือเป็นการดีที่คุณจะกราบไหว้ของพรให้การเดินทางและชีวิตของคุณราบรื่นตลอดไป
น้ำตกเหวนรก
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงแตกต่างกัน แต่ลักษณะการไหลตกของน้ำ คือ 90 องศา ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ของเขาใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะช่วยให้คุณชาร์ตแบตตัวเองได้เต็มที่เช่นกับน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวไพร หรือจะเป็น น้ำตกผากล้วยไม้
สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในการมาเขาใหญ่ที่นอกจากการเดินป่า คงหนีไม่พ้นการส่องสัตว์ ซึ่ง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีหอดูสัตว์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีด้วยกัน 2 แห่งคือ หอดูสัตว์หนองผักชี, หอดูสัตว์มอสิงโต ถือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างมาก หากคุณได้เดินทางไปที่ อุทยานแห่งชาติเข้าใหญ่นี้ ซึ่งหากคุณต้องการจะพักค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นี้ ก็มีให้เลือกทั้งแบบบ้านพักของอุทยาน และ สถานที่กางเต็นท์ ซึ่งหากจะให้เราแนะนำ กางเต็นท์จะทำให้คุณได้บรรยากาศของธรรมชาติมากกว่า ซึ่งราคาก็ไม่แพงอีกด้วย …