4 ร้านอาหารอินเดีย ที่ต้องลองให้ได้นะจ๊ะนายจ๋า

4 ร้านอาหารอินเดีย ที่ต้องลองให้ได้นะจ๊ะนายจ๋า

เมื่อพูดถึงอาหารอินเดีย
หลายคนต้องนึกถึงอาหารที่มาพร้อมกับรสชาติจัดจ้านเคล้ากลิ่นเครื่องเทศหอม ๆ
ทานคู่กับแผ่นแป้งนาน แล้วตบท้ายด้วยของหวานสไตล์อินเดีย
วันนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารอินเดียเด็ดๆ ใครชอบแกงไก่ แกงแพะ หรือแกงแกะ
รับรองว่าฟินกันแน่นอน
1. Charcoal Tandoor Grill
อาหารอินเดียของร้านนี้ถูกทำออกมาให้ทานง่าย
กลิ่นเครื่องเทศในแต่ละเมนูมีอยู่อย่างพอดิบพอดี ไม่จัดว่ากลิ่นแรงจนเกินไป
น่าจะเป็นเริ่มต้นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่เคยทานอาหารอินเดียมาก่อน
แค่ได้ลองดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าอาหารอินเดียไม่ได้ทานยากไปเสียหมดทุกเมนู
พิกัด : 38/8 Sukhumvit 11 Rd., Fraser Suites Hotel, 5th Fl., กรุงเทพมหานคร
10110 คลองเตยเหนือ , วัฒนา , กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 089-307-1111
เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 18:00 – 23:59
2. Indian Hut
ร้าน Indian Hut เป็นร้านอาหารอินเดียแท้ ๆ ที่มาพร้อมบรรยากาศเป็นแบบ fine dining
เลย อาหารรสชาติดี เครื่องเทศตามแบบฉบับของอาหารอินเดียแท้ๆ และที่ดีมาก ๆ
คือทางร้านมีการควบคุมกลิ่นได้ดีมาก ไม่มีกลิ่นเหม็นเครื่องเทศให้ต้องรำคาญใจ
พิกัด : 414-420 ถนนสุรวงศ์ติดกับโรงแรมแม่โขงถนนพระราม 4 เขตบางรักกรุงเทพฯ
10500 (ตรงข้ามโรงแรมมโนราห์ ถนนสุรวงศ์) สี่พระยา , บางรัก , กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-236-5672, 085-846-1929
เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 23:00
3. Rang Mahal Rembrandt Hotel
ร้านอาหารอินเดียเหนือแบบชาววังที่มีความพิถีพิถัน มีทั้งเนื้อสัตว์ย่างในเตาทันดูร์
แกงที่ใส่เครื่องแกงต่าง ๆ อาทิ แกงแพะ แกงถั่ว ขนมหวานอินเดีย อาหารเจ
แม้กระทั่งอาหารพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่รับประทานหอม และกระเทียมก็มีเช่นกัน
รสชาติจัดว่าดีเยี่ยม
พิกัด : 139/3 ถนนสาทรใต้ (26th Floor, Rembrandt Hotel) คลองเตย , คลองเตย ,
กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-261-7100
เวลาเปิดบริการ จันทร์ – เสาร์ : 17:00 – 23:59, อาทิตย์ : 11:00 – 14:30 17:00 -23:59
4. Gaggan
อาหารอินเดียแนวใหม่สไตล์ Molecular Gastronomy
โดยมีการนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยสร้างสรรค์อาหารให้ออกมาแปลกแหวก
แนว และทำให้อาหารอินเดียที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่ากลิ่นเครื่องเทศแรง กินยาก
ให้กลายมาเป็นอาหารอินเดียที่มีรสชาติแตกต่างกันไป
พิกัด : สารสิน (ตรงข้ามซ.หลังสวน 3) ลุมพินี , ปทุมวัน , กรุงเทพมหานคร
เบอร์ติดต่อ : 02-652-1700
เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 18:00 – 23:59…

ลายแทงร้านเด็ดเมืองแปดริ้ว อร่อย สุดชิล รับวันหยุด – 3

ลายแทงร้านเด็ดเมืองแปดริ้ว อร่อย สุดชิล รับวันหยุด – 3

แปดริ้ว หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา ถือเป็นอีกจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
เดินทางสะดวกสบาย ผู้คนมักไปแวะเวียนกันอยู่เสมอโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
นอกจากจะไปนมัสการหลวงพ่อโสธรกันแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อคือเรื่องของอาหารการกิน เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดี
เรียงรายริมแม่น้ำบางปะกง วันนี้เราจะมาแนะนำร้านเด็ด วิวสวย ให้คุณได้ลองเลือกกัน
วันนี้จะเสนอเป็นตอนสุดท้าย
8. บางลำพู
ได้ยินชื่ออาจจะคิดว่าร้านนี้ไม่ได้อยู่แปดริ้ว แต่จริงๆ แล้วร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศ
ดีๆ ริมแม่น้ำบางปะกงที่ร้าน บางลำพู ถือเป็นร้านอาหารสุดฮิปอีกแห่งของฉะเชิงเทรา
ถ้าอยากได้ร้านนั่งชิว ดื่มด่ำกับบรรยากาศ อาหารอร่อย เพลงเพราะ ต้องไม่พลาดร้านนี้
ได้นั่งทานอาหาร ได้ฟังเพลงเพราะๆ ในบรรยากาศดีๆ
เป็นอีกร้านที่ห้ามพลาดจริงด้วยประการทั้งปวง
พิกัด : 32/10 ถนนศุขประยูร ต.หน้าเมือง จ.ฉะเชิงเทรา อ.เมืองฉะเชิงเทรา
เบอร์โทรศัพท์ 092-997-4466
9. เก้ามณี
ร้านนี้จะฉีกแนวมาเป็นอาหารนานาชาติ โดยเน้นที่อาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง
โดยประยุกต์เข้ากับการตกแต่งแบบยุโรป เพื่อเพิ่มความสวยงามของเมนู นอกจากนี้
ยังมี อาหารไทยแบบพื้นบ้าน อาหารอีสาน หรือแม้แต่อาหารสไตล์ยุโรป
แถมบรรยากาศในร้านยังตกแต่งสไตล์ศิลปะพื้นบ้านสมัยใหม่
ทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมกึ่งสวนป่า ได้กินอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศสบายๆ
ในสวนป่า รับรองว่าอิ่มอร่อย มีความสุขกันอย่างแน่นอน
พิกัด : 1451/1 ถ.เทพคุณากร ซ.13/1 ต.หน้าเมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000
โทรศัพท์: 0-3882-1999 Direct Line 08-1861-2244
10. แพวัดแหลมใต้
หลังจากลุยร้านอาหารหลักกันมาเยอะแล้ว
เราจะเปลี่ยนโหมดพาไปทานของหวานขึ้นชื่อของของแปดริ้วกันบ้าง
กับเมนูปังเย็นตบท้ายความอร่อยกันที่แพวัดแหลมใต้
ที่นี่เป็นบ้านไม้ทรงไทยเก่าแก่ ตั้งอยู่บริเวณวัดแหลมใต้ ริมแม่น้ำบางปะกง มีทั้ง
ปังเย็นน้ำแดง และ ปังเย็นกาแฟ ทุกคนที่แวะมาจะต้องมาลิ้มลองความอร่อยของ
ปังเย็นรสต่างๆ ถ้าชอบหวานๆ ก็สั่งปังเย็นน้ำแดง ถ้าชอบเข้มๆ ก็สั่งปังเย็นกาแฟ
หรือถ้าชอบชา ก็ต้องสั่งปังเย็นชาไทย ขอบอกเลยว่ารสชาติอร่อยถูกใจทุกคนแน่ๆ
เพราะทุกเมนูจะราดด้วยนมข้นหวานมัน จัดเต็มแบบไม่มีกั๊กกันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอาหารตามสั่ง รสชาติอร่อยไว้คอยบริการลูกค้าอีกด้วย
ที่ตั้ง : วัดแหลมใต้ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา…

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ไข่ลูกเขย

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ไข่ลูกเขย

ไข่ลูกเขย เป็นเมนูอาหารไทยที่ไม่แน่ชัดว่าปรากฏเมื่อใด
รู้แต่ว่ามีมานานมาก และมีตำนานเล่าว่าช่วงหน้าสะเดา
แม่ยายเข้าครัวทำน้ำปลาหวานเอาไว้เพื่อจะกินกับสะเดาลวกและปลาย่าง แต่ลูกเขยดันเป็นคนไม่ชอบกินปลา
สุดท้าย แม่ยาย หันรีหันขวางเพื่อจะหาอะไรมากิน หันไปเจอกับไข่ต้มก็เลยลองเอาไข่ต้มมากินกับน้ำปลาหวานก็ไม่เข้ากัน
ลูกเขยเลยนึกพิเรนท์เอาไข่ต้มไปทอด แล้วค่อยเอามากินกับน้ำปลาหวานและสะเดา
ปรากฏว่ามันอร่อยมาก จากนั้นหลังหมดหน้าสะเดาแล้ว ลูกเขยก็ยังติดใจในไข่ทอดราดน้ำปลาหวานอยู่
ก็เลยเอามาลองทำกินอีกครั้ง โดยเอามาราดน้ำปลาหวาน
โรยหอมเจียวที่ยังเหลือ อยู่ ปรากฎว่าแม่ยายมากินด้วย
คนในครอบครัวมากินด้วย ก็รู้สึกว่าอร่อยและแปลกใหม่ดี และพากันเรียกว่า ไข่ลูกเขย นั่นเอง
ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง ไข่ลูกเขย ประกอบด้วย
ไข่ไก่ต้มแล้วใบใหญ่ 5 ใบ, น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี,
น้ำมะขามเปียกข้นๆ, น้ำปลา, เกลือป่น 1 ช้อนชา, น้ำสะอาด,
หอมแดงปอกแล้ว 10 หัว, กระเทียมกลีบใหญ่ปอกแล้ว 10 กลีบ,
พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด, ผักชี 2 ต้น และน้ำมันพืชสำหรับทอดเจียว
ขั้นตอนการทำ ไข่ลูกเขย เริ่มจากจัดการ หอมแดง กับ
กระเทียม ก่อน โดยปอกเสร็จก็เอาไปล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง
เอามาซอยให้บาง หันมาตั้งกระทะบนเตาไฟ
ใส่น้ำมันกะว่าพอเจียวหอมเจียวกระเทียมได้ แล้วเจียวให้เรียบร้อย
จากนั้นหันมาทอด พริกขี้หนู รอให้น้ำมันอุ่นๆ
น้ำมันไม่ต้องเยอะมาก ปริมาณเหมือนเวลาเราผัดผัก
แล้วใส่พริกขี้หนูลงไป ใช้ตะหลิวคนไปคนมา
สักพักพริกก็จะสีเข้มขึ้น
อยากให้กรอบนานก็หยิบเกลือสักหยิบมือใส่ลงไปตอนทอด
คราวนี้มาจัดการพระเอกของเราอย่าง ไข่ ใครมีไข่เป็ด
ใช้ไข่เป็ด ใครมีไข่ไก่ ใช้ไข่ไก่ โดยเอาไข่ไปต้มให้สุก
ตักขึ้นแช่น้ำเย็น เอามาปอกเปลือกให้เหลือแต่ไข่
จากนั้นนำไข่ที่ปอกเปลือกลงไปทอดทั้งใบไม่ต้องผ่า
รอจนสุกหรือสีเปลี่ยนเป็นที่พอใจ ก็ตักขึ้นพักไว้
สุดท้ายคือการทำน้ำราดไข่ลูกเขย เริ่มจากผสม
น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา เกลือ ลงไปในกระทะหรือหม้อ
เติมน้ำสะอาดลงไป 1/3 ถ้วย ตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
หมั่นคนเล็กน้อยจนน้ำตาลปี๊บละลายดีและเหนียวตามต้องการ เป็นอันใช้ได้
ที่เหลือก็แค่เอาไข่ที่เราทอดไว้มาทำการผ่าแบ่งครึ่ง
เรียงใส่จานให้สวยงาม ตักน้ำมะขามที่เราเคี่ยวไว้ราดลงไปให้ทั่ว
โรยด้วย หอมเจียว กระเทียมเจียว พริกขี้หนูทอด
ตกแต่งด้วยผักชีนิดหน่อยพองาม เป็นอันเสร็จสิ้นเมนู ไข่ลูกเขย
ปัจจุบันเรายังคงสามารถหาทานเมนู ไข่ลูกเขย
ได้ทั่วไปตามตลาด แต่หากต้องการ ไข่ลูกเคย เวอร์ชั่นพรีเมียม
เราแนะนำ สุพรรณิการ์ ทองหล่อ หรือ Saawaan สาทร
รับประกันคุณจะไม่คิดว่าเมนูบ้านๆ แบบนี้ จะขึ้นหิ้งอยู่บนร้านอาหารดังได้…

12 คาเฟ่น่านั่งที่เชียงคาน 3

12 คาเฟ่น่านั่งที่เชียงคาน 3

การแนะนำคาเฟ่น่านั่งของเชยงคานของเรากลับมาอีกครั้ง
โดยเราจะขอพาคุณไปดูกันอีกว่ามีร้านไหนที่น่าสนใจกันบ้าง โดยจะสวยแค่ไหน
และน่าสนใจจนดึงดูดผู้คนอย่างไรไปติดตามกันได้เลย

วิท อะ วิว โฮเทล
เริ่มกันที่ร้านแรกกับ วิท อะ วิว โฮเทล แน่นอนว่าจะต้องเป็นทั้งร้านคาเฟ่ และที่พักอย่างแน่นอน
โดยร้านแห่งนี้อยู่ในซอยเชียงรายสิบห้า
ซึ่งก็ค่อนข้างที่จะอยู่ใจกลางเมืองกันเลยทีเดียวทำให้มันได้รับความสะดวกอย่างมากจากความสะดวกสบายที่อยู่ใจกลางเมืองนั่นเอง
ซึ่งทางโรงแรมนี้นอกจากจะเปิดให้บริการในเรื่องของที่พักที่ทั้งสะอาด
และราคาไม่แพงแล้วยังมีคาเฟ่เปิดให้่บริการอยู่บริเวณด้านล่างอีกต่างหากโดยมีเมนูเครื่องดื่มหลายเมนูให้ได้ลิ้มลองกัน
แต่ที่เด็ดไปกว่าเมนูเครื่องดื่มคือเรื่องของเมนูของหวาน ซึ่งร้านนี้เขาก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งเค้กใบเตย เค้กมะพร้าว
ซึ่งทุกเมนูของเค้กร้านนี้ล้วนแต่เป็นลักษณะเพื่อสุขภาพทั้งสิ้นทำให้ทางร้านมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
ขณะเดัยวกันเรื่องของบรรยากาศก็จัดว่าโดดเด่นไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
เพราะในยามค่ำคืนคุณสามารถสั่งเครื่องดื่มไปนั่งดื่มชิลๆพร้อมกับชิมบรรยากาศสองริ่มฝั่งโขงได้อีกต่างหาก

บ้านเหนือซอยแปด
สำหรับร้านที่สองที่เราจะมาแนะนำก็ยังคงเป็นในรูปแบบที่พัก และคาเฟ่กันเช่นเดิม
เพราะต้องบอกลยว่าในเชียงคานมีสถานที่ให้บริการในลักษณะนี้กันเป็นจำนวนมาก
สำหรับที่นี่ตั้งอยู่ในซอยศรีเชยงคานแปดตามชื่อของร้านโดยเป็นที่พักสไตล์บรรยากาศเก่าๆซึ่งเป็นบ้านไม้หลังใหญ่
และไม่ใช่ว่านำไม้มาสร้างเป็นบ้านขึ้นใหม่เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวให้เกิดอารมณ์ความวินเทจเท่านั้น
แต่ที่นี่คือบ้านไม้ที่เก่าแก่ของแท้ และมีอายุเป็นร้อยปีกันเลยทีเดียว
ส่วนคาเฟ่ด้านล่างก็ไม่ได้มีแค่เมนูกแฟธรรมดาเท่านั้น
แต่เต็มไปด้วยเมนูกาแฟโบราณที่มีสูตรเฉพาะของทางร้านอีกต่างหาก
ซึ่งเมล็ดกาแฟก็เป็นของจากทางภาคใต้ที่ส่งมาให้ทางร้านโดยตรง

เอ็กซ์ วัน คาเฟ่
สำหรับคาเฟ่ร้านนี้เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องถูกใจวัยรุ่นอย่างแน่นอนเพราะเป็นร้านที่ตกแต่งเอาใจคนรุ่นใหม่
โดยส่วนใหญ่คาเฟ่ในเชียงคานมักเป็นรูปแบบวินเทจเต็มไปด้วยเรือนไม้หลังใหญ่เก่าๆ
แต่ที่นี่โดดเด่นด้วยการทาสีเหลือทั้งร้าน แต่เป็นสไตล์การตกแต่งแบบฌมเดิร์นโดยเน้นความเป็นลอฟเท่ห์ไม่เหมือนใคร
ส่วนเรื่องของเมนูกาแฟแน่นอนว่าจะต้องแตกต่างอีกเช่นเดียวกัน โดยที่นี่ใช้กาแฟชั้นดี
และมีเมนูเด็ดคือกาแฟสดที่รสชาติหอมเข้มกำลังดีเหมาะกับคนรักกาแฟอย่างยิ่ง…

12 คาเฟ่น่านั่งที่เชียงคาน 4

12 คาเฟ่น่านั่งที่เชียงคาน 4

มาถึงฉบับสุดท้ายกันแล้วกับการแนะนำคาเฟ่สุดน่านั่งของเมืองเชียงคานแห่งนี้
ซึ่งต้องบอกเลยว่าเราได้่คัดร้านเด็ดร้านดังมาให้คุณได้ชมกันที่นี่
แต่หากใครต้องการไปเยือนเมืองเชียงคาน และคาเฟ่เหล่านี้อาจจะต้องดูเวลาดีๆกันสักหน่อย
เพราะล่าสุดเริ่มมีนักท่องเที่ยวแห่ไปจองคิวสำหรับการท่องเที่ยวเมืองเชียงคานกันอย่างหนาแน่
นจากการรายงานข่าวล่าสุดที่หลายรีสอร์ทถูกจองเต็ใยาวไปจนถึงเดือนธันวาคมกันเลยทีเดียว
เพราะเชียงคานคือหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหน้าหนาวแบบนี้แถม
คาเฟ่บางแห่งก็เป็นการให้บริการแบบทูอินวันคือเป็นทั้งคาเฟ่
และที่พักนั่นเองทำให้ต้องเช็คดีๆเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนที่อาจจะแน่นจนเกินไป
ส่วนร้านที่เราจะมาแนะนำกันนั้นจะเป็นร้านแบบไหน และน่าสนใจอย่างไรไปติดตามกันได้เลย

ซีไอสองสี่เก้า
เริ่มกันที่ร้านแรกกับชื่อเก๋ๆอย่างซีไอสองสี่เก้า
ส่วนใหญ่ร้านเครื่องดื่มน่านั่งในเชียงคานมักเป็นร้านที่โดดเด่นในเรื่องของเมนูกาแฟแต่ร้านนี้แตกต่างออกไป
เพราะเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้านคือชารสเด็ดที่พร้อมเสิร์ฟร้อนๆจากกาเลยทีเดียว
โดยชาเด็ดของทางร้านก็เป็นชาที่ปลูกเองในแถบภาคเหนือ
และด้วยความสดรวมถึงกรรมวิธีการชงชาของทางร้านก็ทำให้รสชาติที่ออกมานั้นทั้งเข้มข้น
และหอมอย่างมากทำให้มันกลายเป็นเมนูสุดฮิตของทางร้านไปโดยปริยาย
และไม่ใช่แค่นั้นทางร้านยังมีขนมมาการองแบบโฮมเมดให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วยเรียกได้ว่า
เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบสุดๆกันเลยทีเดียว

สังขยาคุณแม่
ชื่อฟังดูก็รู้สึกอบอุ่นทันทีแถมการตกแต่งร้านก็ทำออกมาได้ดูอบอุ่นอย่างมากโดยเป็น
แบบเรียบง่ายให้ความวินเทจที่เป็นเรือนไม้หลังใหญ่ภายในถูกดีไซน์ออกมาได้อย่างดีแถมไม่ใช่แค่นั้น
แต่ยังมีของใช้เก่าๆไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็นรวมไปถึงชวดน้ำอัดวมหรือพาชนะต่างๆ
ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นของโบราณโชว์ให้ดูอยู่เต็มร้านไปหมด ส่วนเรื่องเมนูอาหารก็จัดว่าเด็ดไม่เหมือนใคร
ซึ่งเมนูที่ขึ้นชื่อของร้านนี้คือเมนูขนมต่างๆโดยเฉพาะสังขยาซึ่งเป็นสูตรการทำเฉพาะของทางร้านเลยทีเดียว
ซึ่งเป็นขนมปังสังขยาที่มีหลายรสชาติให้เลือกชิมกัน

เพลินพรมแดน
เป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่มีใครเหมือนในเรื่องของการตกแต่ง
ซึ่งหากคุณได้ไปร้านนี้แล้วล่ะก็จะให้อารมณ์เหมือนอยู่ในบ้านพักเรือนไม้หลังใหญ่ที่รายล้อมไป
ด้วยต้นไม้อันร่มรื่นที่น่าพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก
โดยร้านแห่งนี้อัดแน่นไปด้วนมนสเน่ห์จากบรรดาของเก่าสะสมที่ถูกนำมาตกแต่งอยู่ทั่วร้าน
ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงใช้ได้จริงอีกต่างหาก ส่วนเรื่องของเมนูเรียกได้ว่าที่นี่มีครบจบในที่เดียว
ทั้งกาแฟ นมเย็น โอเลี้ยงมีครบที่สำคัญยังมีเมนูอาหารคาวหวานพร้อมเสิร์ฟอีกด้วย
และที่แปลกไม่เหมือนใครคือทางร้านสามารถให้สุนัขเข้ามาในร้านได้อีกด้วย…

9 คาเฟ่น่านั่งเมืองเชียงใหม่ 2

9 คาเฟ่น่านั่งเมืองเชียงใหม่ 2

กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวแหล่งคาเฟ่สุดชิลน่านั่งของเมืองเชียงใหม่
อย่ารอช้าไปติดตามกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันอีกบ้าง
มิกซ์โซโรจี เชียงใหม่
จะว่าไปสถานที่นี้ไม่ได้เป็นแค่คาเฟ่อย่างเดียว
เพราะถือได้ว่าเป็นบิสสโตรขนาดใหญ่ที่มีทั้งเบอร์เกอร์ บาร์
และคาเฟ่รวมอยู่นร้ายเดียวเรียกได้ว่าที่เดียวมีครบทุกอย่าง สำหรับ
มิกซ์โซโรจีแห่งนี้นั้นมีเมนูอาหารให้เลือกมากมายทั้งคาว และหวาน
โดยเมนูของขาวที่ขึ้นชื่อที่สุดคือเบอร์เกอร์เพราะที่นี่เขาใช้เนื้อพรีเมี่ยมชั้นดีนำมาปรุงให้เข้ากับ
กลิ่นของเครื่องเทศ ส่วนขนมปังช้เป็นโฮลเบลดอย่างดี
ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับร่างกายเพิ่มมากขึ้นตบด้วยผักที่มีหลายชนิดสอดเข้ามา
ทำให้กินแล้วเข้ากันสุดๆแถมยังมีประโยชน์สำหรับร่างกายอีกด้วย
ขณะที่ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเพียบไล่ตั้งแต่ค็อกเทล เบียร์คราฟ เบียร์นอก
ที่มีหลายยี่ห้อให้คุณได้เลือกสรรกัน เช่นเดียวกันกาแฟที่มีหลายชนิด
และบางเมนูก็เป็นไอเดียของทางร้ายที่คิดขึ้นมาโดยเฉพาะยิ่งไปกว่านั้นการตกแต่งของร้านก็ดึง
ดูดน่านั่งสุดๆ โดยดีไซน์เป็นแบบลอฟปูนเปลือยก็ให้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ
ฮานาโซโน
ชื่อมีความเป็นญี่ปุ่นสุดๆแถมการตกแต่งก็มาแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่
โดยร้านแห่งนี้เมื่อเดินเข้ามาคุณจะรู้สึกถึงความเป็นโมเดิร์นญี่ปุ่นสมัยใหม่มากๆ
เพราะมีแรงบัลดาลใจมาจากร้านกาแฟในดนอาทิตย์อุทัยนั่นเอง
สำหรับฮานาโซโนด้วยความที่เป็นญี่ปุ่นแน่นอนว่าจะต้องมีเมนูแบบญี่ปุ่นๆมาให้บริการอย่างแน่
นอนอย่างเช่นเค้กชาเขียวที่ขึ้นชื่อของร้านแห่งนี้หรือจะเป็นเครื่องดื่มที่มีมากมายหลายเมนูรวม
ไปถึงเมนูที่มีส่วนผสมของชาเขียวที่ทางร้านภูมิใจเสนอ
เพราะนอกจากจะอร่อยแล้วยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วยส่วนเมนูที่ไปแล้วต้องไม่พลาดคือ
ชาเขียวมัทฉะแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นบอกได้เลยว่าทั้งหอมทั้งอร่อยจริงๆ
เดอะ บาร์น
ถือเป็นคาเฟ่ที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆสำหรับคาเฟ่ เดอะ บาร์น
เพราะมันถูกดีไซน์ให้ดูเหมือนโณงนาที่ตั้งอยู่กลางทุ่ง
โดยองค์ประกอบภายนอกมีสังกะสีมาบุเป็นผนังฝั่งหนึ่งเพื่อให้มีอารมณ์ความเป็นโรงนายุโรปมากขึ้นนั่นเอง
ส่วนวัสดุอื่นๆที่นมาตกแต่งร้านก็เป็นไม้ซะส่วนใหญ่เนื่องจากทางร้านอยากให้ดูมีความวินเทจไปด้วยในตัว
ซึ่งต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้ดีทีเดียวสำหรับใครที่ชื่นชอบคาเฟ่แนวนี้ก็อย่าพลาดเด็ดขาดแถมที่นี่เครื่องดื่มก็รสชาติอร่อยไม่แพ้ใคร…

อิ่มคุ้มจนต้องร้องโฮ่! 3 ร้านบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น ประจำชลบุรี – ตอนที่ 2

อิ่มคุ้มจนต้องร้องโฮ่! 3 ร้านบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น ประจำชลบุรี – ตอนที่ 2

หากคุณเป็นคออาหารญี่ปุ่น
เชื่อว่าคุณต้องเชี่ยวชาญการหาร้านบุฟเฟ่ต์กินในกรุงเทพฯกันอยู่แล้ว
แต่ถ้าคุณมีโอกาสได้ออกจากกรุงเทพฯ
ได้แวะเวียนไปเที่ยวที่จังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดชลบุรี
แล้วอยากลองหาร้านอาหารญี่ปุ่นดูบ้าง
วันนี้เราจะมีแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นในแบบบุฟเฟ่ต์ให้คุณได้ลองแวะไปอิ่มกันให้สะใจ

1. Sushi Mega ศรีราชา
ลองแวะมาในห้าง Atara mall ใกล้โรบินสัน ศรีราชา
ร้านนี้ให้คุณได้อร่อยทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และ A La Cart หากสั่งบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น
ราคาคนละ 599 บาท ยังไม่รวม vat 7% เครื่องดื่มเป็นชาเขียวเย็น
ส่วนเมนูอาหารมีทั้งของซูชิ ซาซิมิ ของกินเล่นให้เลือกมากมาย
แซลมอนซาซิมิชิ้นใหญ่ที่ใครๆ ก็ต้องฟิน มาพร้อมกับความสด
เสิร์ฟมาในชามน้ำแข็งตกแต่งอย่างสวยงามในชาม
พิกัด : ศรีราชานคร 4 (Atara Mall ชั้น G ใกล้ๆ โรงพญาบาลพญาไทศรีราชา)
ศรีราชา , ศรีราชา , ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ : 038313143, 0632021025 เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 22:00

2. DaRe Sushi Salad and Fruit Bar
เป็นร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นของโรงแรมดีวารีจอมเทียนบีช
ถ้าหากคุณอยากินตอนกลางวัน อาจจะต้องเปลี่ยนแผนสักหน่อย
เพราะร้านนี้จะเปิดบริการช่วงเย็นเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00น.
โดยจะเป็นบุฟเฟ่ต์ 90 นาที ในราคาคนละ 599 บาท
คุณจะได้อร่อยไปกับซูขิคำใหญ่ รสชาติดี วัตถุดิบสด คุณภาพอัดแน่น
ไข่กุ้งใส่มาจนล้นสด ๆ ไม่คาว
เมื่อเทียบกับค่าบริการกับคุณภาพของอาหารต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆ
พิกัด : 457 หมู่ 12 ซ.14 ถ.จอมเทียน (ร้านอยู่ปากซอยจอมเทียน 14
ร้านอยู่หน้าโรงแรมดีวารีจอมเทียนบีช) เมืองพัทยา , บางละมุง , ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ : 038418999 เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 22:00

3. One Peace Sushi Buffet
ร้าน One Peace Sushi Buffet เป็นร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ในศรีราชา
ตั้งอยู่ในซอยอีออน มีที่จอดรถหน้าร้าน ให้บริการบุฟเฟ่ต์คนละ 599 บาท
นั่งกินแบบจุใจได้ 90 นาที เมนูมีให้เลือกอย่างหลากหลาย และสมราคา
โดยทีเด็ดของร้านคือซาซิมิต่างๆ โดยเฉพาะท้องปลาแซลมอน และแซลมอนซาซิมิ
ใครชอบแซลมอน บอกเลยว่าห้ามพลาด
พิกัด : 165/64-66 ซอย 1 (อาคารพาณิชย์โกลเด้นท์ศรีราชา ซอย 3
ตรงข้ามทางเข้าอาคารโกลเด้นเพลส) ศรีราชา , ศรีราชา , ชลบุรี
เบอร์ติดต่อ : 098-504-0905 เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 12:00 – 22:00…

ร้านอาหารสำหรับคนนอนดึก

ร้านอาหารสำหรับคนนอนดึก

1.ร้านเจ๊โอว
ร้านเจ๊โอวกับเมนูมาม่าต้มยำรอบดึกที่ถ้าไม่ห้าทุ่มก็จะไม่ขาย
มีความเเซ่บเเน่นอนชนิดที่ว่าคนเเน่นทุกวันเต็มหน้าร้าน เพื่อให้ได้ลิ้มชิมรสมาม่าต้มยำของเจ๊โอวที่หนักรสเเน่น
เครื่อง และไม่ใช่เเค่มาม่าต้มยำอย่างเดียว เมนูอื่นก็เด็ดไม่เเพ้กัน เช่น ปูม้าดอง
ก็ดังถึงแม้ตัวไม่ใหญ่มากแต่ปูม้าเนื้อแน่น เนื้อสดยิ่งราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ
2.ขาหมูตรอกซุง
ข้าวขาหมูในตำนาน โด่งดังในเรื่องรสชาติ กับความอร่อยที่ขนาดเปิดร้านตอนตีสามยังมีคนมาต่อคิวซื้อเพียบ
คนซื้อเยอะ จนต้องเลื่อนเวลามาเปิดขายในช่วงกลางวันด้วย รวมแล้วเปิดขาย 24 ชม. แนะนำให้ลอง “คากิ”
ที่เป็นไฮไลท์เด็ดดวงของทางร้าน ราดด้วยน้ำพะโล้สูตรลับ ถูกใจคนทุกวัย
3.หมูตุ๋นหม้อดิน เยาวราช
ร้านเด็ดที่มีเมนูดังเมนูเดียวของร้านนั่นคือ “หมูตุ๋น เอ็นตุ๋น
น้ำแดงหม้อดิน” ถึงเเม้หน้าตาเมนูจะมองดูรู้สึกเหมือนทั่วๆ ไป แต่รสชาตินั้นอร่อยมาก
ซึ่งความอร่อยนี่เองที่ทำให้ร้านนี้ลูกค้าเยอะเเน่นมาก
ถึงขนาดบางวันมีลูกค้ามายืนรอตั้งเเต่ร้านยังไม่เปิดเลยนะเออ ใครยังไม่เคย ลองมาทานที่ร้าน
บอกเลยว่าถ้ามาเยาวราชต้องไม่พลาด
4.ราเมนข้อสอบ
ร้านราเมนเปิดใหม่ ความอร่อยของราเมนที่ร้านนี้คือมีสูตรลับจากต้นตำรับเเท้ๆ น้ำซุปเข้มข้น
เส้นเหนียวนุ่มที่สามารถเลือกระดับความสุกของเส้นได้ พร้อมท็อปปิ้งเเน่นๆ ทั้งต้นหอม หมูสไลซ์ชาชูเนื้อนุ่ม
กระเทียม ฯลฯ เลือกความเผ็ด อีกทั้งบรรยากาศในร้านที่ออกแบบมาเหมือนอยู่ในห้องสอบสไตล์ญี่ปุ่น
5.ร้านบุฟเฟ่ต์เกาหลี
ในราคาเพียง 299 บาท มีให้เลือกทานหลายอย่างทั้งสามชั้น หมูหมักซอสรสชาติอร่อยเข้าเนื้อ เนื้อลูกมะพร้าว
เสือร้องไห้ อาหารทะเลสด ปลาหมึกชิ้นหนา กุ้งเเม่น้ำตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดพอดีๆ กำลังอร่อยเเต่ทานได้ไม่อั้น
ไข่ตุ๋น ไก่ทอดเกาหลี บิคิมบับ ฯลฯ จุดเด่นของร้านอีกอย่างคือ ร้านนี้เปิดคุ้มเปิดนาน ถึงตี3-4 เลยทีเดียว
6.เฉินหลงทะเลซีฟู้ด
ร้านทะเลซีฟูดเผารสชาติอร่อย
น้ำจิ้มรสเเซ่บแบบที่ถ้าได้มาทานต้องลืมไม่ลงลูกค้าประจำร้านนี้เเน่นมากเเถมยังมีดาราหลายๆ ท่านไปทานบ่อยๆ
เมนูเด่นๆ ของร้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูซีฟู้ดมีทั้งกุ้งเเม่น้ำ กุ้งกุลาดำ กุ้งมังกร ล็อปสเตอร์ กั้ง
ปูทะเลเนื้อเเน่นคัดเกรด หอยทะเลต่างๆ เสริฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด เป็นอีกร้านที่ห้ามพลาด…

ย้อนวันวานไปกับตลาดนัดรถไฟ

ย้อนวันวานไปกับตลาดนัดรถไฟ

หากพูดถึงตลาดนัดที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับคนเมืองกรุงเทพก็ต้องยกให้กับบรรด่ตลาดนัดกลางคืนทั้งหลาย
เพราะตลาดนัดลักษณะนี้สามารถตอบโจทย์คนในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดีนั่นเพราะการทำงานในกรุงเทพนั้น
ต่อให้บริษัทไหนเลิกงานเร็วสิ่งที่พนักงานต้องเจอก็คือการจราจลที่รถติดแบบสุดๆ
ซึ่งบางคนเลิกงานเย็น แต่กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำเสียเวลาไม่น้อยแถมยังต้องทนหิวเป็นเวลานานอีกด้วย
นั่นทำให้บรรดาตลาดนัดกลางคืนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนกรงเทพเพราะเต็มไปด้วยของกิน
มากมายหลายแบบที่สำคัญยังมีของขายให้เดินช็อปปิ้งกันชิลๆอีกด้วย
แต่ก็มีอยู่หนึ่งตลาดนัดเท่านั้นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดนัดกลางคืนที่ฮิตที่สุดของคนเมืองหลวงนั่นคือตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์
เอ่ยชื่อตลาดนี้มาคงไม่มีใครที่ไท่รู้จักเพราะจัดว่าเป็นต้นฉบับตลาดนักลางคืนของกรุงเทพอย่างแท้จริง
โดยก่อนหน้านี้ตลาดนัดรถไฟตั้งอยู่ที่เขตจตุจักรติดกับตลาดนัดจตุจักร โดยเปิดให้บริการทุกวันศุกร์เสาร์
และอาทิตย์ ซึ่งต้องบอกว่านี่คือตลาดที่คนนิยมกันมาเดินเที่ยวเยอะมากๆ
แต่ช่วงเริ่มแรกเป็นตบาดที่เน้นขายความวินเทจเสียมากกว่า
สำหรับตลาดนัดรถไฟในเวลานั้นพื้นที่ใช้สอยเป็นพื้นที่โล่ง
และกว้างขวางพอสมควรโดยจะแบ่งส่วนด้านหน้าเป็นลานขายของธรรมดาทั่วๆไปมีอาหารจุกจิกวางขายมากมาย ซด้านในเป็นโกดัง
และพื้นที่โล่งของบางส่วนเป็นของเก่าวินเทจไม่ว่าจะเป็นของใช้ของกินของโชว์ต่างๆก็ถูกรวบรวมเอามา
ไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ด้านข้างของตลาดยังเป็นโซนโกดังอีกฝั่งหนึ่งที่โดนใจใครหลายคน
และมักมีผู้นิยมมาอยู่ตรงโซนนี้อย่างมากนั่นเพราะเป็นโซนร้านเหล้า
บาร์เบียร์ต่างๆที่เปิดให้บริการหลายร้านให้เลือก
สำหรับของวินเทจที่พ่อค้าแม้ค่าทั้งหลายนำมาขายถือได้ว่าเป็นของหายากเลยทีเดียวสำหรับคนที่ชื่นชอบ
เก็บสะสมของเก่าก็มักจะมาเลือกซื้อของที่ๆบ่อยเพราะเป็นศูนย์รวมของเก่าที่แทบจะมีทุกอย่างที่นักสะสม
ต้องการทั้งรถ อะไหล่รถ ตู้เย็นเก่าที่เป็นลายต่างๆ หุ่นโชว์รวมถึงกล้องชนิดเก่าๆก็มี
นอกจากนี้ยังมีร้านโมเดลการ์ตูนมาเปิดให้บริการด้วยเช่นกัน
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ของตลาดแห่งนี้คือร้านบะหมี่จอมพลัง
ซึ่งที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของร้านดังนี้เลยก็ว่าได้
โดยในเวลานั้นร้านตั้งอยู่หลังสุดของพื้นที่ตลาดใครที่หวังจะไปทานต้องต่อคิวยาวเหยียดเพราะขายดีจริงๆ
อย่างไรก็ตามต่อมาทางการรถไฟต้องการพื้นที่คืนทำให้ต้องมีการโยกย้ายตลาดกันเกิดขึ้นก่อนที่ต่อมาทั้ง
หมดจะถูกย้ายไปตั้งเป็นตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ที่ถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวเมืองแต่ก็ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา
ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์กลายเป็นแหล่งถนนคนเดินแห่งใหม่ย่านศรีนครินทร์โดยยังถูกคงไว้ซึ่งคอนเซ็ปต์เดิมที่ด้านหน้าเป็นตลา
ดขายของทั่วไป ส่วนด้านในเป็นโกดังจำหน่ายสินค้าวินเทจ
มีบาร์ต่างๆรวมไปถึงร้านอาหารมากมายให้เลือกทำให้ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงเวลานี้…

มาทำลูกชุบง่ายๆ กันเถอะเรา

มาทำลูกชุบง่ายๆ กันเถอะเรา

การทำลูกชุบง่ายๆ โดยใช้วัตถุดิบไม่กี่อย่างสำหรับคุณแม่ที่อยากหากิจกรรมยามว่างให้กับลูกๆหลานๆ
วันนี้เรามีวิธีทำขนมลูกชุบมาฝากค่ะ ไว้ทำเพลินๆสานความสัมพันธ์ในครอบครัว
ขนมไทยสีสวยสดใสใครๆก็อยากกินแถมใช้วัตถุดิบน้อยอีกด้วย
จับถั่วกวนปั้นเป็นลูกหลากหลายรูปร่าง ไม่ว่าจะเป็นลูกชุบผลไม้ลูกชุบผัก หรือลูกชุบเป็ดก็น่ารัก
ถ้าเหลือถั่วกวนก็เอาไปทำไส้ขนมเปี๊ยะได้อีกด้วยนะคะ
ส่วนผสมของลูกชุบ
แน่นอนค่ะว่าต้องใช้สีกับขนมชนิดนี้
หากใครสามารถทำสีจากธรรมชาติได้เอง ก็แนะนำนะคะ
แต่ถ้าประหยัดเวลา หาง่ายหน่อยก็ ใช้สีผสมอาหารแทนได้
สีที่ต้องมี
1.เหลือง
2.แดง
3.เขียว
4.ส้ม
5.ม่วง (ใช้สีแดง 10 หยด+น้ำเงิน 2 หยด)
สัดส่วนการผสมสี น้ำ 3 ช้อนโต้ะ ต่อสี 10-15 หยด
ส่วนผสมของวุ้น
1.วุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
2.น้ำ 500 กรัม
3.น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมไส้ถั่วกวน
1.ถั่วเขียวเลาะเปลือก 500 กรัม
2.น้ำตาลทราย 450 กรัม
3.เกลือ 1/2 ช.ช.
4.น้ำมันพืชหรือกะทิ 1 ถ้วยตวง
วิธีทำไส้ถั่วกวน
1.ล้างถั่วเขียว เลาะเปลือกให้สะอาด ล้างหลายๆรอบจนน้ำใส
หลังจากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้อย่างต่ำ 5
ช.ม.เอาไปแช่ตู้เย็นเลยก็ได้ค่ะ บ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน
ถั่วอาจจะเสียง่าย หลังจากนั้นนำถั่วมาล้างอีกสักรอบ
แล้วนำไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
พอนึ่งเสร็จแล้วก็พักให้เย็นค่ะ
2.นำถั่วที่กวนแล้วมาปั่นกับน้ำพอประมาณ
แต่อย่าน้อยเกินนะคะเดี๋ยวหนืดไปเครื่องปั่นจะทำงานหนักและไหม้นะคะ พอปั่นเสร็จหมดแล้ว
ก็นำเทใส่หม้อทองเหลืองหรือกะทะเทฟล่อน
ใส่น้ำตาลทรายน้ำมันพืชหรือกะทิ และเกลือ
คนให้พอเข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟค่ะ
กวนด้วยไฟอ่อนจนถั่วร่อนไม่ติกะทะค่ะ
พอกวนเสร็จก็พักไว้ใช้ผ้าคลุมไว้ไม่ให้ถั่วแห้ง
3.พอถั่วเย็นแล้ว
ก็เอามาใส่ถุงนวดถั่วอีกครั้งเพื่อให้ถั่วเนียนและสีใสไม่ขุ่น
ปั้นเป็นผลไม้หรือสัตว์ต่างๆตามชอบเลยค่ะ
4.นำไปจุ่มสี ทาสี แล้วพักให้สีแห้งสนิท พอครบ 10 นาที
5.ต้มน้ำจนเดือด ผงวุ้นละลายหมด
แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปต้มจนน้ำตาลทรายละลายพอละลายแล้วก็ดับเตาค่ะ
พักอุ่นหน่อยก่อนนำลูกชุบไปชุบนะคะไม่งั้นสีอาจจะหลุดเลอะเทอะ
6.พอวุ้นอุ่นลงบ้างแล้วก็นำลูกชุบไปชุบ
ชุบเสร็จก็พักไว้ให้เซตตัวแล้วนำมาชุบอีกรอบ หรือจะชุบ 3-4
รอบก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบความหนาบางของวุ้นเลย
แต่ถ้าวุ้นในชามเริ่มแข็งก็นำไปอุ่นได้ค่ะ ชุบเสร็จหมดแล้ว
พักเซตตัวแล้วก็นำมาตกแต่งโดยการใส่ใบแก้ว
หรือใบมะยมก็ได้ค่ะเสร็จแล้วค่ะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ
พออ่านจบแล้วก็เตรียมตัวไปหาวัตถุดิบแล้วมาชวนลูกหลา
นปั้นกันเถอะค่ะ รับรองสนุกสนาน แถมอร่อยด้วย
เผลอๆทำขายสร้างรายได้อีกทาง ปั้นเป็นพริกบ้าง ส้มบ้างฟินสุดๆแน่นอนจ้ารับรอง…